
ครูต้นแบบของเอ็กโก กรุ๊ป กับการถ่ายทอดแนวคิดพลังงานเพื่อชีวิต
“...ปิดน้ำ ปิดน้ำ ปิดไฟ อย่าให้มันไหลก่อนออกจากบ้าน
“...ปิดน้ำ ปิดน้ำ ปิดไฟ อย่าให้มันไหลก่อนออกจากบ้าน
เมื่อเสร็จจากการใช้งาน น้ำ ไฟ เหล่านั้น ต้องปิดทันที
ขับรถต้องไม่เกิน 90 ค่าน้ำมันแพงลิบเก็บไว้ใช้หลายปี
หลอดตะเกียบ หลอดตะเกียบ ก็มี ประหยัดอีกที เมืองไทยเจริ๊ญ..ล้าลา...”
เสียงร้องเพลงประหยัดพลังงานดังเจื้อยแจ้วมาจาก สุจิตรา เพียศรีหนุ่ย ครูโรงเรียนอนุบาลวัดสระแก้ว จ.สระแก้ว หนึ่งในคุณครูกว่า 150 คน จาก 64 โรงเรียนทั่วประเทศ ที่กำลังแลกเปลี่ยนวิธีสอนเด็กๆ ภายใต้โครงการ “พลังงาน เพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” จัดโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก กรุ๊ป) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ดร.สกุล พจนารถ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ เอ็กโก กรุ๊ป เล่าว่า โครงการมีวัตถุประสงค์ผลักดัน “ครูต้นแบบ” ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพลังงาน ให้เป็นผู้ถ่ายทอดการเรียนรู้วิถีพอเพียงในบริบทท้องถิ่น ภายใต้การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โครงการดำเนินต่อเนื่อง 4 ปีแล้ว มุ่งพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบผ่าน “ครู” ด้วยมิติการเรียนรู้พลังงานที่รอบด้าน
การอบรมเชิงปฏิบัติการจัดเข้มข้น 3 คืน 4 วัน ณ ศูนย์การเรียนรู้ greeNEDucation โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลพบุรีโซลาร์ จ.ลพบุรี เหล่าคณาจารย์เข้าคอร์สร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปที่อัดแน่น เช่น การจัดการชั้นเรียนแบบความรู้คู่สิ่งแวดล้อมพร้อมคุณธรรม เครื่องมือเพื่อการเรียนรู้พลังงานทางตรงและพลังงานแฝง วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment : LCA) เครื่องมือวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ทรัพยากรของโรงเรียน แผนที่สีเขียว (Green Map) สู่แผนที่วิถีพอเพียง (Sufficiency Map) และแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การบ่มเพาะพฤติกรรมด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตพอเพียงให้ปฏิบัติได้จริง ต้องทำให้เกิดการเรียนรู้แก่ครูและนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม อาศัยเครื่องมือ เช่น การสร้างแผนที่วิถีพอเพียง หรือ S Map ที่จะสำรวจชุมชนในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมและศิลปวัฒนธรรม ต่อยอดด้วยพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นจึงบูรณาการไปสู่หลักสูตรการศึกษาท้องถิ่น
ณรงค์ เรืองวิลัย คุณครูโรงเรียนบุญเรืองวิทยาคม จ.เชียงราย เล่าว่า S Map ช่วยให้เห็นภาพกว้างของชุมชนชัดขึ้น ทำให้ได้แนวคิดดีๆ ไปปรับใช้ในหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก ภาคใต้ ต่างควรมีหลักสูตรเฉพาะท้องถิ่นของตัวเอง เด็กๆ จะได้รู้จักตัวเองและรากของตัวเอง อะไรมีคุณค่า อะไรควรรักษา อะไรต้องแก้ไขปรับปรุง จะได้พัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตัวให้ยั่งยืนภายใต้โจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
นริสา ประจวบอิน คุณครูโรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม จ.ราชบุรี เล่าว่า โครงการที่จะดำเนินต่อไปอีก 3 ปีนั้น เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้คุณครู ผู้เป็นต้นทางของการพัฒนา มีเครื่องมือและเครือข่ายในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนพลังความรู้สู่เพื่อนครูด้วยกัน ที่สำคัญ คือ การถ่ายทอดสู่เยาวชนให้เกิดความตระหนักและรับผิดชอบในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“คำตอบสุดท้ายเราทุกคนต้องลดการใช้พลังงานลง เวลาสอนจึงต้องเน้นย้ำให้เห็นโจทย์และทางแก้ในทางปฏิบัติ อย่าคุยเรื่องไกลตัว โครงการนี้ดีมากและมาถูกทางแล้ว”







