
ขยายธุรกิจ 3 ประเทศ
ธุรกิจไทยยังมอง เมียนมาร์ เป็นโอกาสการลงทุนใหม่ที่สำคัญซึ่งล่าสุด บริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) หรือ กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ กำลังเข้าไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในจังหวัดมินบู เขตเมเกว นครหลวงเนย์ปิดอว์ ที่มีกำลังการผลิต 210 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง และกำลังการผลิตสูงสุด 350 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
ธุรกิจไทยยังมอง เมียนมาร์ เป็นโอกาสการลงทุนใหม่ที่สำคัญซึ่งล่าสุด บริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) หรือ กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ กำลังเข้าไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในจังหวัดมินบู เขตเมเกว นครหลวงเนย์ปิดอว์ ที่มีกำลังการผลิต 210 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง และกำลังการผลิตสูงสุด 350 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
ศุภศิษฏ์ สกลธนารักษ์ ผู้บริหารของบริษัท มองว่า การลงทุนโรงไฟฟ้าในเมียนมาร์ยังมีโอกาสอีกมาก ส่วนเคล็ดลับการลงทุนนั้น นอกจากมีหุ้นส่วนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกแล้ว ก็ควรมีพันธมิตรท้องถิ่นที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี ต้องศึกษาหาพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุด ในกรณีของกรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ คือ พื้นที่มีความเข้มของแดดสูง ฝนตกน้อย และอยู่ใกล้กับแหล่งใช้ไฟฟ้า
สำหรับการลงทุนในเมียนมาร์นั้น อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แนะนำว่า รัฐบาลไทยควรจะหารือร่วมกับรัฐบาลเมียนมาร์เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำการค้า ขณะเดียวกันไทยควรจะขอให้รัฐบาลเมียนมาร์ช่วยดูแลต้นทุนในการทำธุรกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการทำธุรกิจในเมียนมาร์สูงขึ้นอย่างผิดปกติ หากรัฐบาลของทั้งสองประเทศสามารถหาทางออกร่วมกันได้จะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจของทั้งสองฝ่าย
เพชรรัตน์ เอกแสงกุล ผู้บริหารของ อีซึ่น เพ้นท์ ผู้ผลิตสีพ่นรถจักรยานยนต์ ได้พูดถึงการลงทุนในเวียดนามและอินโดนีเซีย ว่า การลงทุนในเวียดนามอย่ามองแค่ค่าแรงเพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายแรงงานเอื้อประโยชน์ให้แรงงานค่อนข้างมาก บริษัทจะต้องมีสวัสดิการด้านอื่นให้พนักงานด้วย นอกจากนี้กฎหมายก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
ขณะที่การลงทุนในอินโดนีเซีย จะต้องมีการปรับเวลาทำงาน หรือเตรียมสถานที่ทำละหมาดให้กับพนักงานที่เป็นมุสลิมด้วย พร้อมกับบอกว่า การลงทุนแต่ละประเทศมีปัญหาแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมตัวรับมือกับทุกสถานการณ์
ส่วนในแวดวงธุรกิจสุขภาพและความงามก็คึกคักเช่นกัน โดยปราโมทย์ นิลเปรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ แนะว่า การทำธุรกิจในต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่สุด คือ บุคลากรที่มีคุณภาพและคุณธรรม แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและจะต้องมีการวิเคราะห์โอกาส ทั้งการรับมือในประเทศและออกไปลงทุนต่างประเทศ ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
สมศักดิ์ ชลาชล ประธานกรรมการ บริษัท ชลาชล พูดถึงโมเดลธุรกิจว่า เปิดชลาชล อะคาเดมี่ เพื่อสอนการทำผมให้กับชาวไทยและจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยธุรกิจของเขาในอาเซียนจะไม่ใช่การเปิดร้านทำผมในต่างประเทศ แต่เป็นการขายโนว์ฮาวของโรงเรียน เมื่อชาวต่างชาติเรียนรู้วิธีทำผมจนจบหลักสูตรที่ไทยแล้ว ก็จะมีสัญญาอีกใบเพื่อยินยอมให้ชาวต่างชาติอ้างชื่อถึงชลาชลได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การท่องเที่ยวประเภทนี้ ในเบื้องต้น มีเส้นทางที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทาง 5 เชียงสู่ล้านนา ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงรายของไทย เชียงตุงของเมียนมาร์ เชียงรุ้งของจีน และเชียงของของสปป.ลาว
ส่วนวงการการศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กำลังวางเป้าหมายเป็นสถาบันการเรียนรู้ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน มหาวิทยาลัยมีการเตรียมพร้อมเสริมทักษะด้านต่างๆ ของนักศึกษา อีกทั้งเปิดหลักสูตรปริญญาตรีอีกหลายสาขา ได้แก่ สาขาภาษาสังคมและวัฒนธรรมภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สาขาภาษาจีน ภาษาลาว ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเขมร ภาษาเวียดนาม และสาขาอินโดจีนศึกษา ด้วย







