
เร่งขาย‘กองทุน’เกาะหุ้นขึ้น
‘เอ็มเอฟซี’ส่งทาร์เก็ตฟันด์ตั้งเป้า6%กรุงไทยชู1,750จุดบัวหลวงเสนอRMF
‘เอ็มเอฟซี’ส่งทาร์เก็ตฟันด์ตั้งเป้า6%กรุงไทยชู1,750จุดบัวหลวงเสนอRMF
บลจ.ไม่หวั่นหุ้นวิ่งแรงทะลุ 1,600 จุด MFC ส่งทาร์เก็ตฟันด์ขายต่อ “กรุงไทย” ย้ำเป้าดัชนี 1,750 จุดปีนี้
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) กล่าวว่า บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขายกองทุนเปิด SPOT 33 ซีรี่ส์ 14 ตั้งแต่วันที่ 917 พ.ค. 2556 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เน้นลงทุนหุ้นในประเทศ ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 3% สองครั้งรวมเป็น 6% ภายใน 5 เดือน โดยครั้งแรกเมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุน 10.35 บาทขึ้นไป จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติอัตรา 3% ของมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และครั้งต่อไปเมื่อผลตอบแทนถึง 3%
สำหรับปัจจัยสนับสนุนโอกาสการลงทุนของทาร์เก็ตฟันด์มาจากปัจจัยภายนอกและในประเทศ จากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบและมีเม็ดเงินมาลงทุนมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายมาสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะคงมีต่อไปใน 12 เดือนข้างหน้า
ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัว 4.85% ในปีนี้ และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังภาคการส่งออกจะดีขึ้นหลังเศรษฐกิจโลกฟื้น
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นจะทะลุ 1,600 จุดขึ้นมาแล้ว แต่ฝ่ายวิจัยของ KTAM ยังเชื่อว่าดัชนีจะถึงระดับ 1,750 จุดได้ในปีนี้
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า บลจ.บัวหลวง ออกกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ (BSIRIRMF) เปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 915 พ.ค. 2556 ภายใต้แนวคิด “ลดหย่อนภาษีเหมือนกัน ต้องเลือกที่ใส่ใจมากกว่า” เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยเน้นลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ บลจ.บัวหลวง ได้ออกกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) เป็นกองทุนหุ้นทั่วไป ซึ่งไม่ใช่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ไปตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 2555 โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ 26 เม.ย. 2556 ระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเท่ากับ 10.54% 30.86% 52.08% และ 53.77% ซึ่งดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิง SET High Dividend 30 Index ในช่วงเวลาเดียวกันที่ให้ผลตอบแทน 1.22% 10.58% 9.63% และ 9.35% ตามลำดับ
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บลจ.กรุงศรี ประสบความสำเร็จในการบริหารกองทุนทริกเกอร์เข้าเป้าเพิ่มอีก 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4% ทริกเกอร์ 2 (KFEQ4P42) และกองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4% ทริกเกอร์ 3 (KFEQ4P43) โดยใช้เวลาบริหารจัดการเพียง 3 เดือน และเตรียมปิดกองเพื่อคืนเงินลงทุนให้ผู้ถือหน่วย
นอกจากนี้ เตรียมจ่ายผลตอบแทนส่วนเพิ่มครั้งที่ 1 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหน่วย ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4% ทริกเกอร์ 5 (KFEQ4P45) ในวันที่ 7 พ.ค. 2556 หลังมูลค่าหน่วยลงทุนตั้งแต่ 10.40 บาทต่อหน่วย หรือผลตอบแทนได้ 4% ภายใน 26 วัน โดยบริษัทจะนำเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ในวันที่ 13 พ.ค. 2556และผู้ลงทุนสามารถดำเนินการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุน KFCASH ไปยังกองทุนอื่นได้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 56 เป็นต้นไป“กองทุนหุ้นทุกกองของบลจ.กรุงศรี บริหารแบบแอคทีฟใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและให้น้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสม เน้นลงทุนในกิจการที่มีความมั่นคงและในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่งคั่งด้วยผลตอบแทนที่ดี” นายฉัตรพี กล่าว
ทั้งนี้ ทั้ง 3 กองทุนตั้งเป้าจ่ายผลตอบแทนเมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นรวมกันประมาณ 8% รับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ 2 ครั้ง โดยบริษัทจะนำเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของกองทุน KFEQ4P42 และ KFEQ4P43 ไปซื้อหน่วยลงทุน KFCASH ในวันที่ 10 พ.ค. 2556 และ 13 พ.ค. 2556 ตามลำดับโดยผู้ลงทุนสามารถดำเนินการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุน KFCASH ไปยังกองทุนอื่นได้ตั้งแต่วันที่ 13 และ 14 พ.ค.2556 ตามลำดับสำหรับกองทุน KFEQ4P43 สามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย 8% โดยหน่วยลงทุนของกองทุนมีมูลค่า 10.93 บาทต่อหน่วยจากเงินลงทุนเริ่มแรกในวันที่ 8 พ.ค.2556 และบริษัทฯจะนำเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุน KFCASH ในวันที่ 13 พ.ค.2556 ผู้ลงทุนสามารถดำเนินการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุน KFCASH ไปยังกองทุนอื่นได้ตั้งแต่ 14 พ.ค.2556







