posttoday
หวั่นสินค้าไทยโดนถล่มราคาหลังเออีซี

หวั่นสินค้าไทยโดนถล่มราคาหลังเออีซี

10 พฤษภาคม 2556

เตือนสินค้าไทยระวังถูกถล่มราคาหลังเปิดเออีซี แนะเร่งปรับตัวเพิ่มศักยภาพแข่งขัน

เตือนสินค้าไทยระวังถูกถล่มราคาหลังเปิดเออีซี แนะเร่งปรับตัวเพิ่มศักยภาพแข่งขัน

น.ส.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน อดีตนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยและประธานกรรมการบริหารฝ่ายผลิต ภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ บริษัท เซเรบอส แปซิฟิก เปิดเผยว่า ในขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนเริ่มเตรียมพร้อมรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อย่างคึกคัก เพื่อเพิ่มศักยภาพรับมือกับการแข่งขัน สินค้าไทยต้องเร่งพัฒนา ปรับปรุง และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบด้าน เนื่องจากไทยมีความเสียเปรียบด้านราคาสินค้าที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน

การเปิดเออีซีจะส่งผลให้มีสินค้าคู่แข่งกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น รวมถึงสินค้าที่ใช้กลยุทธ์ราคาเข้ามาทำตลาด และในช่วง 5-10 ปีข้างหน้านี้ คาดว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่กลายมาเป็นคู่แข่งกับไทย เพราะด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า และค่าแรงที่ต่ำกว่า รวมถึงการเมืองที่นิ่งมากกว่าไทย อย่างไรก็ตาม การทำตลาดในช่วงที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค สินค้าไทยควรมุ่งเน้นการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น

ขณะที่การทำตลาดในภาวะที่กำลังการซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว หัวใจสำคัญของการทำตลาดที่ผู้ประกอบการต้องใช้ คือ การคำนวณค่าตอบแทนจากการลงทุน (RETURN ON INVESTMENT:ROI) แต่เชื่อว่ากำลังซื้อจะซบเซาเพียงแค่หนึ่งไตรมาสเท่านั้น เพราะจีดีพีของประเทศยังเติบโตดีอยู่

น.ส.ลักขณา กล่าวอีกว่า สำหรับแผนตลาดผลไม้สกัดเข้มข้นแบรนด์วีต้า บริษัทมุ่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผู้ชาย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และยังมีช่องว่างอีกมากในตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของผู้ชาย เพราะพฤติกรรมที่ใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ล่าสุดได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญวีต้าเบอร์รี่ อาย พาวเวอร์ และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้ชายให้เพิ่มจาก 35% เป็น 45% ในสิ้นปีนี้ และผู้หญิงสัดส่วน 65% เหลือ 55%

ด้านนายชัยพร รัตนเชตกุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายเครื่องมือไฟฟ้า บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช กล่าวว่า การเปิดเออีซีในปี 2558 หากข้อกำหนดและเงื่อนไขการเปิดเสรีดังกล่าวชัดเจน บริษัทมีแนวโน้มในการพิจารณาการตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือไฟฟ้าในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพและการตอบรับของตลาดที่ดี

ทั้งนี้ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบริษัทมีโรงงานผลิตเครื่องมือไฟฟ้าอยู่จำนวน 4 แห่งใน 3 ประเทศ ได้แก่ จีน 2 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง และอินเดีย 1 แห่ง

สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทยปี 2556 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโต 18% โดยคาดว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น 2% สูงขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 26.5% และคาดว่าตลาดรวมเครื่องมือไฟฟ้าจะมีอัตราเติบโตที่ 5–6% ของมูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง