
ธนาคารฟันธงประชุม29พ.ค.‘กนง.’คงดอก
แบงก์ฟันธง ประชุม กนง. รอบใหม่ จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม เพราะเศรษฐกิจยังขยายตัวดี
แบงก์ฟันธง ประชุม กนง. รอบใหม่ จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม เพราะเศรษฐกิจยังขยายตัวดี
นายพาสันติ์ สิงหะ หัวหน้านักวิเคราะห์กลยุทธ์ตลาดเงินและตลาดทุน ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารเชื่อว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีถึง 6.8% จากปัจจัยด้านการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการใช้จ่ายจากรัฐบาลเข้ามาช่วยในครึ่งปีหลัง
“ทฤษฎีการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้าก็สามารถทำได้ แต่เราเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยอาจช่วยแก้บาทแข็งได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนได้ และอาจไปกระตุ้นฟองสบู่ในประเทศกลายเป็นปัญหาระยะยาว” นายพาสันติ์ กล่าว
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้เห็นชัดว่าเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าไปอยู่ในตลาดตราสารหนี้ การออกมาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งค่าโดยเน้นไปที่ตราสารหนี้จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด แต่มาตรการก็จะส่งผลข้างเคียงต่ออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ เช่น คนซื้อตราสารหนี้น้อยลง เพราะกลัวโดนเก็บภาษี ทำให้ปริมาณตราสารหนี้มีเหลือมาก ก็จะทำให้ผลตอบแทนลดลง
“ธนาคารก็มีการนำสินทรัพย์สภาพคล่องลงในตลาดตราสารหนี้ แต่จำนวนไม่มาก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปล่อยกู้ที่ต้องสอดคล้องกับการระดมสภาพคล่อง” นายปรีดี กล่าว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการสกัดเงินไหลเข้าในตลาดพันธบัตร 4 ประการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น จะช่วยลดปริมาณเงินทุนไหลเข้าได้ระดับหนึ่ง แต่คงไม่สามารถห้ามให้เงินไหลไปลงทุนในตลาดอื่นได้ แต่กรณีการลงทุนในตลาดหุ้น หากจะหวังเก็งกำไรจากค่าเงินเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้ ประกอบกับราคาหุ้นในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นมาก การเก็งกำไรก็ยิ่งไม่น่าทำได้ง่าย
นายทรงพล กล่าวว่า เชื่อว่าในระยะปานกลางมาตรการดอกเบี้ยคงไม่มีผลต่อค่าเงิน เพราะดอกเบี้ยของไทยไม่ได้เป็นเลข 2 หลัก และดอกเบี้ยของไทยกับเงินเฟ้อก็ต่างกันไม่มาก หากลดดอกเบี้ยผู้ออมที่อยู่ในวัยเกษียณจะลำบาก ไม่เงินมากพอซื้อสินค้าที่ราคาแพงขึ้น เรื่องดอกเบี้ยจึงต้องมอง 2 ด้าน







