posttoday
พาณิชย์เร่งเปิดเอฟทีเอไทยอียู

พาณิชย์เร่งเปิดเอฟทีเอไทยอียู

12 เมษายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” เร่งรับฟังความเห็น กำหนดท่าทีเจรจาเอฟทีเอไทยอียู พร้อมชง ครม. หลังอียูเริ่มเปิดเจรจากับสิงคโปร์และเวียดนามแล้ว

นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อกำหนดท่าทีในการเจรจากับอียู ตามมาตรา 190 โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย.นี้ และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จากนั้นจะนำเข้าชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร และหากได้รับความเห็นชอบจะใช้เป็นแนวทางเปิดเจรจากับทางอียูต่อไป

“ไทยต้องมีท่าทีให้ชัด เพราะล่าสุดอียูได้เริ่มเปิดเวทีเจรจากับสิงคโปร์ไปแล้วเมื่อช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และกำลังเปิดการเจรจากับเวียดนาม ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นเป้าหมายที่อียูจะทำเอฟทีเอด้วย โดยอียูก็รอว่าไทยพร้อมที่จะเปิดโต๊ะเจรจาได้เมื่อใด และขณะนี้ทราบว่ามาเลเซียก็แสดงความพร้อมที่จะเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียูเช่นเดียวกัน” นางอัญชนา กล่าว

ขณะเดียวกัน อียูยังมีการเจรจาเอฟทีเอกับประเทศที่ 3 เช่น ชิลี เม็กซิโก กลุ่มเมอร์โคซูร์ และกลุ่มประเทศที่เป็นอาณานิคมเดิม ซึ่งหากไทยช้าประเทศเหล่านี้จะเป็นคู่แข่งทางการค้าสำคัญของไทย อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการไทยไปยังตลาดอียูได้

สำหรับผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับในการทำเอฟทีเอกับอียู จากผลการศึกษาที่เคยได้ทำไว้ในช่วงการเจรจาเอฟทีเอ อาเซียนอียู พบว่า ปัจจุบันอียูเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากอาเซียนและญี่ปุ่น และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 รองจากอาเซียน สินค้าที่จะได้ประโยชน์ส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น ไก่แปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และข้าว เป็นต้น

ขณะที่สินค้าที่จะนำเข้ามาเป็นวัตถุดิบ เช่น เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ