
ปลุกผีสำรวจเหมืองทอง
ระดมหน่วยงานสรุปเงื่อนไขใหม่ ชงรมว.อุตสาหกรรมหลังคา2ปี
โพสต์ทูเดย์
— กพร.เล็งเสนอ “ชาญชัย” เคาะนโยบายเหมืองทอง หลังมีคำขออาชญาบัตรค้างคามานาน 2 ปีนายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปนโยบายการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำ ก่อนนำเสนอต่อนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เพื่อให้ความเห็นชอบภายในเดือน เม.ย.พ.ค. นี้ โดยจะคำนึงถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมชุมชน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ หลังจากที่ไม่ได้มีการออกอาชญาบัตรสำรวจทองคำมานาน 2 ปีแล้ว
สำหรับเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมชุมชนนั้น จะมีการกำหนดให้ผู้ได้รับการอนุมัติสำรวจและผลิตทองคำ จะต้องจัดตั้งกองทุนสำหรับการป้องกันสิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ รูปแบบดังกล่าวจะอิงกับโครงสร้างที่ทำอยู่กับบริษัท อัครา ไมนิ่ง ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่สุดของไทย โดยเก็บเงินอัตราส่วน 145 บาท/ออนซ์ ของแร่ทองคำที่ผลิตได้ และนำมาแบ่งใช้สำหรับการป้องกันสิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูระหว่างทำเหมือง 95 บาท/ออนซ์ เพื่อใช้สำหรับฟื้นฟูสภาพหลังปิดเหมือง 50 บาท/ออนซ์
นอกจากนี้ ยังต้องมีกองทุนประกันความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนจำนวน 100 ล้านบาท โดยเก็บสะสมในบัญชีปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี สามารถเบิกจ่ายตามความจำเป็นสำหรับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิต สุขอนามัย การศึกษา และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน บริหารในรูปแบบของคณะกรรมการที่จะดึงทุกฝ่ายเข้ามาร่วม
“
รายได้จากการเก็บค่าภาคหลวงทองคำ นอกจากผลประโยชน์พิเศษให้รัฐอัตราไร่ละ 28 บาทแล้ว ยังเป็นรูปของเงินโบนัสแปลงละ 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี และเงินผลประโยชน์พิเศษสำหรับช่วงมูลค่าแหล่งแร่ทองคำ 5 ขั้นโดยขั้นสุดท้ายมูลค่า5 หมื่นบาทขึ้นไปเก็บที่ 2% ราคาทองที่แพงทำให้อัตราเฉลี่ยที่เก็บรวมอยู่ถึง 7% ของมูลค่า ซึ่งจะเห็นว่าทองคำเราเก็บค่อนข้างมากติดอันดับโลกด้วยซ้ำ ไม่ได้น้อยแต่อย่างใด” นายสมเกียรติ กล่าวจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2550 กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายดังกล่าวโดยคำนึงทุกมติ ส่งผลให้ระหว่างการศึกษาต้องชะลอการออกอาชญาบัตรสำรวจแหล่งแร่ทองคำไว้ก่อนจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 2 ปี
จนถึงปัจจุบันทำให้คำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำมีเอกชน 6 ราย จำนวน 69 คำขอ รวมพื้นที่ประมาณ 6 แสนไร่ ยังค้างการอนุมัติอยู่
ทั้งนี้ ประกอบด้วยบริษัท อัครา ไมนิ่ง 53 คำขอ พื้นที่รวมประมาณ 4.79 แสนไร่ บริเวณ จ.เพชรบูรณ์ และพิจิตร บริษัท เอราวัณ ไมนิ่ง 4 คำขอ รวมพื้นที่ 3.3 หมื่นไร่ บริเวณ จ.จันทบุรี และ ระยอง บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง 4 คำขอ เนื้อที่ 2.2 หมื่นไร่ บริเวณ จ.จันทบุรี พิษณุโลก และระยอง
บริษัท พารอน ไมนิ่ง 4 คำ ขอพื้นที่รวม 3.7 หมื่นไร่ บริเวณ จ.จันทบุรี บริษัท อมันตา มิเนอรัลส์ 3 คำขอ พื้นที่ 1.9 หมื่นไร่ บริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี และเชียงราย บริษัท อมันตา พื้นที่ 4,000 ไร่ จ.สตูล







