
สยามเทคเปิดหลักสูตรใหม่
เน้นวิศวกรรมขนส่งระบบรางยานยนต์.
เน้นวิศวกรรมขนส่งระบบรางยานยนต์.
รองรับความต้องการพุ่งกว่า2แสน.“สยามเทค” เปิดหลักสูตรเทคนิควิศวกรรมขนส่งระบบรางระดับอาชีวศึกษาแห่งแรก
นายจอมพงศ์ มงคลวนิช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2556 นี้ สยามเทคจะมีการเปิดสาขาวิชาชีพใหม่ คือ สาขาเทคนิควิศวกรรมขนส่งระบบราง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศหลังรัฐบาลมีโครงการลงทุนก่อสร้างระบบราง 2 ล้านล้านบาท นับเป็นสถาบันอาชีวศึกษาแห่งแรกของไทยที่เปิดสอนสาขาดังกล่าว
ทั้งนี้ หลักสูตรใหม่จะเรียนจากผู้ชำนาญการ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวมถึงฝึกประสบการณ์จริงในสถานประกอบการเอกชน ทำให้เมื่อเรียนจบสามารถเข้าทำงานได้ทันที
นายจอมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตก้าวกระโดดเป็นดาวเด่นแห่งปี 2556 และยังมีโครงการขยายรถไฟระบบรางและการขนส่งระบบราง ดังนั้น ภารกิจใหญ่ในอนาคตคือสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งมีความต้องการไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน จึงเป็นโอกาสที่จะต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้ทันกับความต้องการของตลาดแรงงาน
“อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังบูมอยู่นี้ ทำให้อาชีพช่างเทคนิคเกิดการขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอู่ขนาดเล็กหรือใหญ่ จึงเป็นโอกาสที่สถาบันจะใช้จุดแข็งที่เป็นหนึ่งด้านนี้ในการผลิตบุคลากรรองรับในระดับสากล” นายจอมพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งศูนย์เทคโนโลยีและการศึกษาระบบทวิภาคีไทยเยอรมนีขึ้น โดยจะร่วมมือกันในการพัฒนาผลิตบุคลากรด้านช่างอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมด้านขนส่งระบบราง เช่น รถไฟลอยฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง
อีกสาขาวิชาชีพที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ คือ สาขาการโรงแรม (ไทยสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งเป็นการร่วมกันในลักษณะทวิภาคีกับโรงแรมชั้นนำในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ขณะเดียวกันก็ได้ลงนามสัญญากับบริษัท ซีเมนส์ เปิดหลักสูตรเมคคาทรอนิกส์ ซึ่งประยุกต์วิชาพื้นฐานหลักเรื่องวิศวกรรมเครื่องกล อิเล็ก ทรอนิกส์ วิศวกรรมระบบและการควบคุม และเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม วิทยาลัยอยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมพร้อมตัวเองก่อนที่จะมีการขยายวิทยาเขตสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม เมียนมาร์ อินโดนีเซีย โดยคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงอีก 3 ปีข้างหน้า







