
เปิดศูนย์ยกระดับอาหารไทยสู่สากลส.ค.นี้
สนช.เปิดตัวเครื่องทดสอบ อาหารไทยเดือน ส.ค.นี้ ดันสู่มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
สนช.เปิดตัวเครื่องทดสอบ อาหารไทยเดือน ส.ค.นี้ ดันสู่มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ศูนย์อาหารรสชาติไทย” ว่า กำลังจัดทำเครื่องทดสอบมาตรฐานอาหารไทย โดยจะตรวจสอบว่ามีสูตรได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้มีมาตรฐานระดับเดียวกันทั่วโลก คาดว่าจะเปิดตัวได้ในเดือน ส.ค.นี้ และเปิดให้ร้านอาหารไทยเข้ามาร่วมทดสอบ
ทั้งนี้ ร้านอาหารไทยที่เข้ามาร่วมโครงการ และได้รับการตรวจสอบมาตรฐานอาหารแล้ว สนช.จะออกใบรับรองคุณภาพ หรือ ไทย ดิลิเชียส (Thai Delicious) ให้แก่ผู้ประกอบการ ส่งผลดีทำให้การขยายธุรกิจร้านอาหารไทยที่เป็นแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถเปิดสาขาใหม่ได้รวดเร็วมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะทำให้รสชาติอาหารไทยได้มาตรฐาน และใช้วัตถุดิบปรุงอาหารไทยที่ถูกต้อง รวมทั้งทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกวัตถุดิบอาหารไทยไปต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าส่งออกได้มากขึ้น ที่ผ่านมาการส่งออกวัตถุดิบอาหารไทยจะได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศเพื่อนบ้านแข่งขันส่งออกวัตถุดิบราคาถูก
สำหรับการดำเนินโครงการในช่วงแรก จะนำอาหารไทย 3 รายการ ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงมัสมั่น ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ ทั้งด้านกายภาพและเคมี การตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพเพื่อนำผลที่ได้มากำหนดเป็นมาตรฐานและตำรับมาตรฐานอาหารไทย หลังจากนั้นจะขยายไปยังเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งผัดกะเพราและต้มข่าไก่ เป็นต้น
“สนช.เป็นผู้บริหารโครงการนี้ ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ แปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป รวมถึงการบริหารจัดการร้านอาหารไทย การตลาด สร้างตราสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะทำให้อาหารไทยกลายเป็นเมนูอาหารยอดนิยมระดับโลกต่อไป และไม่เกิดปัญหารสชาติอาหารไทยเพี้ยนไปจากเดิม” นายศุภชัย กล่าว
ปัจจุบันอาหารไทยได้รับการจัดอันดับว่า อยู่ 1 ใน 4 อาหารยอดนิยมของโลก และได้รับความนิยมในกว่า 93 ประเทศ เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารไทยที่มีมาก กว่า 2 หมื่นแห่งทั่วโลก แต่ละปีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 6 ล้านบาท และสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1.2 แสนล้านบาท







