
4แบงก์อัดฉีดช.การช่าง
หาเงิน7.5หมื่นล.สร้างเขื่อนลาวตุนเงินรุกขยายงานปีนี้โต15%
โพสต์ทูเดย์
— ช.การช่าง จีบ 4 ธนาคารแกนนำจัดหาเงินกู้ 7.5 หมื่นล้านบาท สร้างเขื่อนไซยะบุรี ปีนี้คาดรายได้โต 15% เตรียมเงินพร้อมขยายงานอีกมากนายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งจะเป็นแกนนำในการปล่อยสินเชื่อจำนวนประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และคาดว่าจะจัดหาเงินกู้เสร็จภายใน 6 เดือนนี้
สำหรับธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
ด้านความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี มีบริษัทแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ 78 ราย ซึ่งบริษัทจะคัดเลือกประมาณ 3 ราย ภายใน 3 เดือนนี้
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี มีมูลค่าโครงการ 78 หมื่นล้านบาท อายุการก่อสร้าง 8 ปี มีกำลังผลิต 1,260 เมกะวัตต์
ขณะที่การก่อสร้างท่อส่งน้ำบางพระ น่าจะเซ็นสัญญาได้ไตรมาส 2 ส่วนการเซ็นสัญญาสร้างโรงไฟฟ้าเอสพีพีที่บางปะอิน มูลค่า 4,000 ล้านบาท น่าจะได้ข้อสรุปไม่เกิน 3 เดือนนี้
นายปลิว กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ว่ารายได้น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยสานต่อนโยบายเดิมคือพยายามรักษาระดับงานที่อยู่ในมือ 3 หมื่นล้านบาท และมีแผนขยายลงทุนอีกมากหลังจากมีเงินเพิ่มทุน และเงินจากการขายหุ้นบริษัท น้ำประปาไทย (TTW) ประมาณ 1,6001,700 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายงานปี 25532554 และการขยายฐานทุนให้ใหญ่ขึ้นสามารถกู้เงินจากธนาคารจำนวนมาก
ด้านบทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า หลัง CK ได้เพิ่มทุนจำนวน 48 ล้านหุ้นให้กับธนาคารกรุงเทพ และบริษัท เสริมกิจ แมเนจเมนท์ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ที่ 1.7 เท่า จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.2 เท่า ทำให้บริษัทสามารถมีงานในมือจากงานใหม่ถึง 33.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่บริษัท ช.การช่าง ยังคงมีนโยบายถือหุ้นต่างๆ สัดส่วน 30% อาทิ บริษัท น้ำประปาไทย บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่ดี







