posttoday
หาช่องปลดผู้ว่า ธปท.

หาช่องปลดผู้ว่า ธปท.

09 พฤษภาคม 2556

ปัญหาเรื่องการปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ของรัฐบาลไปเสียแล้ว เมื่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่างออกมาดาหน้าหาช่องทางปลดผู้ว่า ธปท.อยู่ทุกวัน

ปัญหาเรื่องการปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ของรัฐบาลไปเสียแล้ว เมื่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่างออกมาดาหน้าหาช่องทางปลดผู้ว่า ธปท.อยู่ทุกวัน

ล่าสุดถึงคิวของ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกโรงมาขย่มเก้าอี้ผู้ว่า ธปท.อีกครั้ง แม้จะยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้หารือกันกรณีการปลด ประสาร ไตรรัตน์วรกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่า ธปท.

แต่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เปิดทางไว้ว่า ตามข้อกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า การปลดผู้ว่า ธปท.ออกจากตำแหน่งสามารถทำได้ 2 กรณี คือ 1.ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ ธปท. ถึง รมว.คลัง และให้ รมว.คลังนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

2.การให้ออกจากตำแหน่งโดย รมว.คลังเสนอต่อ ครม. แต่ต้องชี้มูลความผิดที่ชัดเจนได้ว่า ผู้ว่า ธปท.กระทำการที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม วราเทพ ปฏิเสธให้ความเห็นว่าขณะนี้ผู้ว่า ธปท.ได้สร้างความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจร้ายแรงหรือไม่ โดยระบุว่า ขอให้ไปถาม กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง

วราเทพ ย้ำอีกว่า การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ไม่ได้มีการหารือการแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐบาลยังไม่มีเป้าหมายที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันเป็นกฎหมายที่ต้องการให้การทำงานของ ธปท.เป็นอิสระ แต่การยกร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร

“การยกร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ปกติ ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็ต้องไปดูว่าเป็นปัญหาจากผู้ปฏิบัติ หรือจากโครงสร้าง” วราเทพ กล่าว

วราเทพ ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสถานการณ์เงินทุนไหลเข้า เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูง ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรแสดงบทบาทที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาค่าเงินมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เพราะมีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง

ขณะเดียวกัน วราเทพ ขย่มต่อไปว่า ตามกฎหมาย กนง.ต้องรายงานให้ ครม.ทราบผลการดำเนินการทุกๆ 6 เดือน แต่หากมีสถานการณ์ปัญหาที่ร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ก็ควรที่จะมีการรายงานให้ ครม.ทราบก่อนถึงกำหนดระยะเวลา 6 เดือนก็ได้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการรายงานเข้ามาให้ ครม.ทราบ ทั้งๆ ที่เมื่อเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ครม.ก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน

เช่นเดียวกัน กรณีอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ เป็นวงกว้าง ผู้ผลิตและแรงงาน เมื่อประธานกรรมการ ธปท.แสดงความกังวล กนง. ควรนำข้อกังวลเหล่านี้ไปพิจารณา

การออกมาแสดงทัศนะของรัฐมนตรีวราเทพเป็นเรื่องต้องเงี่ยหูฟัง เพราะก่อนหน้านี้ในการประชุม ครม. วราเทพก็เสนอทัศนะที่คณะรัฐมนตรีสะดุ้งมาแล้วว่า ธปท.ทำอย่างนี้ถ้าเกิดวิกฤตแล้วจะมีปัญหาได้

หลังจากนี้ต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะงัดข้ออ้างหรือช่องทางกฎหมายข้อไหนมาปลดผู้ว่า ธปท.โทษฐานขัดใจที่รัฐบาลสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล