
อาหารสุขภาพ เมินการเมืองเล็ง800สาขา
โพสต์ทูเดย์
— ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพมาแรง เมินการเมืองวุ่น เฮลท์ตี้ เบรคฟาสท์ ตั้งเป้าขยาย 800 สาขารวดเดียวปีนี้แหล่งข่าวจากบริษัท เฮลท์ตี้ เบรคฟาสท์ เจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ เฮลท์ตี้ เบรคฟาสท์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาไว้ถึง 800 สาขาทั่วประเทศ หลังจากในปีที่ผ่านมาสามารถขยายสาขาได้ 120 สาขา และจนถึงปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 170 สาขา ซึ่งจากแผนงานดังกล่าวจะทำให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีสาขาทั้งสิ้นเกือบ 1,000 สาขา
ปัจจุบันสาขาของร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ เฮลท์ตี้ เบรคฟาสท์ มีอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยผู้ที่สนใจเปิดร้านจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ 1.5 แสนบาท รวมทั้งงบลงทุนเฉลี่ย 1
–6 แสนบาท ขึ้นอยู่กับทำเล ที่เน้นแหล่งชุมชน และจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 3–6 เดือนนอกจากนี้ จากกระแสรักสุขภาพที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ทำให้มีคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศสนใจที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีติดต่อมาแล้วหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม อเมริกา และออสเตรเลีย โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการขอลิขสิทธิ์ และหาพื้นที่เพื่อเปิดดำเนินงาน คาดว่าภายในปีนี้จะได้เห็นสาขาของเฮลท์ตี้ เบรคฟาสท์ในต่างประเทศ
สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อแฟรนไชส์เปิดร้านกันทางบริษัทส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่ต้องการหารายได้เสริม และอีกส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้าน และสนใจดำเนินธุรกิจเป็นของตนเอง ส่วนนักธุรกิจที่เข้ามาซื้อแฟรนไชส์เพื่อการลงทุนเปิดร้านมีเพียง 10% เท่านั้น
“
ส่วนความมั่นใจที่ทางบริษัทตั้งเป้าขยายสาขาไว้สูงมากนั้น เป็นเพราะการขยายสาขาในปีที่ผ่านมา และจากการติดต่อเข้ามาของผู้ที่สนใจในขณะนี้ ประกอบการลงทุนที่ไม่สูงมากนัก หากลงทุนในต่างจังหวัดในส่วนของค่าเช่า ค่าสถานที่จะถูกกว่าในกรุงเทพฯ มาก และระยะเวลาในเปิดร้านเพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงต่อวัน คือตั้งแต่ 6.00 น. – 12.00 น. เท่านั้น และจะรับลูกค้าในรูปแบบสมาชิกที่จะเข้ามาซื้อเป็นแพกเกจที่ได้ส่วนลดที่ถูกกว่าซื้อปลีก โดยร้านค้าที่มีสมาชิกสูงสุดอยู่ที่ 2,000 ราย และน้อยที่สุดอยู่ที่ 20 กว่ารายเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจก็ไม่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์และการขยายสาขาของร้าน เนื่องจากในช่วงปี 2552 ที่มีปัญหาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ บริษัทก็สามารถขยายสาขาได้มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ดังนั้นแม้ขณะนี้จะมีปัญหาการเมือง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังห่วงใย สุขภาพ







