
ไฟแนนซ์ทูเดย์
....ต้นกล้า
“
ที่ไหนมีควัน ที่นั่นย่อมมีไฟ”qq...
ข้อมูลของ “มิสเตอร์ดอนกรณ์ จาติกวณิช” รมว.คลัง ที่ออกมาปูดว่า มีการทยอยถอนอายัดทรัพย์ส่วนที่เหลือจาก 4.6 หมื่นล้านบาท ตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากบัญชีของตระกูลชินวัตรโดยเป็นการถอนเงินสดออกจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ แห่งละ 10100 ล้านบาท สิริรวมกว่า 8001,000 ล้านบาทนั้น จริงแท้แน่นอน โดยเฉพาะที่ธนาคารที่โดนบึ้มบ่อยๆ กะธนาคารสีส้มนั้นมีการทยอยเบิกเงินกันอย่างสนุกม่ายรุว่า กรณ์อยากรู้หรือไม่ว่า ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในการใช้ช่องว่างจากกฎหมายประมวลรัษฎากรให้กับกลุ่มชินวัตรเป็นไผ ถ้าอยากรู้ก็น่าจะให้ใครสืบสาวราวเรื่องได้ง่ายๆ แค่ตรวจสอบเช็กไฟลต์บินจากเมืองไทยไปที่เกาะฮ่องกง ก็อาจจะพบร่องรอยของข้าราชการระดับซี 10 คนหนึ่งในกระทรวงการคลังได้
คนนี้แหละที่ชี้ช่องให้ครอบครัวคุณทักษิณมองเห็นช่องว่า สรรพากรไม่สามารถอายัดเงินในบัญชีของนิติบุคคลได้ หากจะถอนออกมาก็ทำได้โดยอิสรเสรี...
ลึกและลับจากสนามบินฮ่องกงรายงานว่า ข้าราชการกระทรวงการคลังและข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขคู่หนึ่งจูงมือกันบินไปให้คำปรึกษากะอดีตภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงที่ ขณะที่ภริยาของอดีตนายกฯ นั้นทำหน้าที่
“จัดทำสำรับกับข้าว” และ “จัดห่อของขวัญ” ไว้มอบให้แก่ผู้คนที่แวะไปเยี่ยมเยียนให้ข้อเสนอแนะกันอย่างไม่หยุดหย่อน ของขวัญชิ้นใหญ่แค่ไหน อาหารเลิศรสหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสำคัญของชิ้นงาน...คริๆqq...อิๆ ขอหัวเราะเป็นภาษาจาวเหนืออีกสักทีว่า ข้าราชการคนนี้นั้นไม่ธรรมดา อื้อหือ ไม่ธรรมดา การเมืองไทยพลิกโฉมหน้าเมื่อใดมีโอกาสผงาดขึ้นนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงการคลังเชียวนะขอรับครับพ้ม...
qq...9 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้ถือหุ้นคณะ กรรมการธนาคารกรุงไทยก็เดินหน้าประชุมกรรมการทันที ก่อนที่จะลงมติเลือก
“ดุสิต นนทะนาคร” ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย 1 ใน 53 คน ที่เว็บไซต์ เสธ.แดงดอตคอมขึ้นบัญชีดำไว้ ขึ้นเป็นประธานกรรมการ บริหาร แทน “ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์” เรียบโร้ยไม่ผิดโผผิดฝาผิดตัว






