
จับตาเงินบาท
...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (วันที่ 1216 เม.ย.) เงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.1032.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของ ธปท. และทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ทิศทางของเงินเหรียญสหรัฐ อาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ
อาทิ ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก และดุลการคลังเดือน มี.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตากระแสการคาดการณ์เงินหยวน และถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดอีกด้วย
สำหรับเงินบาทในประเทศ (Onshore) สัปดาห์ที่ผ่านมา (59 เม.ย.) ขยับแข็งค่าได้ต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยืดเยื้อกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ สวนทางกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์การแข็งค่าของค่าเงินหยวน
อย่างไรก็ดี เงินบาทสามารถหักล้างช่วงติดลบลงทั้งหมด และกลับไปปรับตัวแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย และแรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ต่อมาในช่วงท้ายสัปดาห์ เงินบาทปรับตัวผันผวนมากขึ้น โดยปัจจัยทางการเมืองหลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 32.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สอดคล้องกับแรงขายสุทธิหุ้นไทยจากฝั่งนักลงทุนต่างชาติ ก่อนจะดีดตัวแข็งค่ากลับมาปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 32.21 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์เงินหยวน เทียบกับระดับ 32.31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเช่นเดิม
ในสัปดาห์นี้คาดว่าธุรกรรมในตลาดเงินจะเบาบาง เนื่องจากมีจำนวนวันทำการน้อย ขณะที่จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคาร ทั้งนี้ สภาพคล่องที่มีอยู่มากในตลาดเงิน น่าจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 1.25%
ด้านอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) หนาแน่นทั้งสัปดาห์ที่ 1.15% ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะ 1, 7 และ 14 วัน รวมถึง 1 เดือน ยังคงปรับตัวใกล้ระดับ 1.25% อย่างต่อเนื่อง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี (TH5YY) ปิดที่ระดับ 3.40% ในวันศุกร์ ปรับลงจาก 3.47% เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยโดยส่วนใหญ่ขยับลดลง เนื่องจากตลาดมองว่าสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองอาจทำให้ทางการไทยเลื่อนการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไปหลังการประชุมวันที่ 21 เม.ย.นี้







