
บริ?
หลังจากการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (ACCP) ครั้งที่ 6 เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วที่ประเทศไทย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ของเราเป็นเจ้าภาพ วันเวลาก็ผ่านเลย เดินทางมาถึงการประชุม ACCP ครั้งใหม่ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ (610 พ.ค.) ที่ประเทศเวียดนาม
หลังจากการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (ACCP) ครั้งที่ 6 เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วที่ประเทศไทย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ของเราเป็นเจ้าภาพ วันเวลาก็ผ่านเลย เดินทางมาถึงการประชุม ACCP ครั้งใหม่ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ (610 พ.ค.) ที่ประเทศเวียดนาม
ต้องบอกทุกท่านก่อนว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจาก ASCC Blueprint แต่อย่างใด หากแต่เกิดขึ้นตาม AEC Blueprint
แต่แม้จะเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคสังคมและภาคประชาชนโดยตรง เพราะไม่ว่าใครก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้อง “บริโภค”
ยิ่งในยุคที่เออีซีจะทำให้เรามีการเคลื่อนย้ายทั้งสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานอย่างเสรี ชนิดที่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นสินค้าและบริการจากอาเซียนแฝงอยู่ทั่วทุก “บริเวณ” หากไม่มีกลไกใดขึ้นมาควบคุมคุณภาพ ดูแล คุ้มครองผู้บริโภค เชื่อได้ว่าต้องมี “บริษัท” ที่ไม่ “บริสุทธิ์ใจ” จำนวนหนึ่งจากทั่วทั้งอาเซียนใช้ช่องว่างเอาเปรียบผู้บริโภคกันเป็นนิจ
“ตลาดใหญ่ขึ้นจาก 60 ล้านคน เป็น 600 ล้านคน” คือคำพูดติดปากของนักธุรกิจและนักการตลาดเวลาพูดถึงโอกาสในเออีซี หากประโยคดังกล่าวเป็นจริง กลไกในการคุ้มครองผู้บริโภคนับจากนี้ก็ควรจะต้องเข้มแข็ง พร้อมรับมือตลาดที่ใหญ่ขนาด 600 ล้านคนนี้ด้วย
งานของ ACCP จึงน่าจะเป็นงานใหญ่ระดับอภิมหึมามหาคชสาร (งานช้างมากๆ)
ลองดูแผนงานที่ ACCP วางเอาไว้ พบว่าแบ่งงานเป็น 3 กลุ่ม ขอกล่าวถึงเพียง 2 กลุ่มแรก คือ 1.กลุ่มพัฒนากลไกการแจ้งเตือนและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เช่น การแจ้งว่ามีสินค้าใดในกลุ่มอาเซียนถูกเรียกคืน 2.กลุ่มพัฒนาเว็บไซต์คุ้มครองผู้บริโภคข้ามแดน
ทั้ง 2 กลุ่มนี้ต้องทำงานข้องเกี่ยวกันอย่างมาก เพราะพอกลุ่ม 2 พัฒนาเว็บไซต์เสร็จ กลุ่มแรกก็ต้องช่วยอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ในฐานะกลุ่มที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน
แต่เอาเข้าจริงเว็บไซต์ www.aseanconsumer.org เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาราว 1 ปี จนถึงขณะนี้ส่วนที่เอาไว้ช่วยเหลือผู้บริโภคข้ามแดนกลับเป็นเพียงการเอาลิงก์หน่วยงานและเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละประเทศมาแปะๆ และอัพเดทข้อมูลการประชุมเล็กน้อย เว็บไซต์ช่วยเหลือผู้บริโภคข้ามแดนจึงยังไม่ต่างจาก “เว็บไซต์รวมลิงก์”
ขณะที่ข้อมูลสินค้าที่ถูกเรียกคืนในแต่ละประเทศก็ไม่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดยังคงเป็นข้อมูลเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว หรือไม่ได้อัพเดทมากว่า 2 ไตรมาส
สะท้อนภาพให้เห็นว่าเว็บไซต์กลางเว็บนี้ยังไม่ได้รองรับการช่วยเหลือผู้บริโภคข้ามแดนอย่างแท้จริง
ผมคิดว่าก่อนที่การประชุม ACCP จะจบลง ที่ประชุมควรเสนอให้มีการปรับปรุงเว็บไซต์ เพิ่มเติมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ทั้งกฎหมายข้ามแดน วิธีการร้องเรียนเบื้องต้น ทำเว็บไซต์ให้เป็นรูปแบบ One Stop Service เพื่อที่เมื่อสินค้าประเทศใดมีปัญหา ACCP จะได้มีข้อมูลกลางว่าเกิดข้อร้องเรียนใดขึ้นบ้าง ไม่ใช่ปล่อยเจ้าของสินค้าแต่ละประเทศรับผิดชอบแบบตัวใครตัวมัน และนี่เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำด้วย
เพราะหากรอเปิดเออีซี แล้วค่อยมาเร่งทำ กลไกของท่านจะคุ้มครองผู้บริโภคไม่ทันการณ์







