posttoday
ยกเครื่องแพทย์แผนไทยสานภูมิปัญญานอก-กันศาสตร์นอก

ยกเครื่องแพทย์แผนไทยสานภูมิปัญญานอก-กันศาสตร์นอก

08 พฤษภาคม 2556

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

แม้จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงเหมือนวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ แผนปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่าการเปิดประชาคมอาเซียนครั้งนี้เป็นบันไดให้ “แพทย์แผนไทย” ต้องขยับตัวครั้งใหญ่ อันจะเป็นผลดีต่อวิชาชีพเช่นกัน

เพราะการเปิดประชาคมอาเซียน เปรียบเสมือนการเปิดให้เพื่อนบ้านนำความรู้ ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมของตัวเองเข้ามา แพทย์แผนไทยจึงต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อสืบสานภูมิปัญญาของไทย และสร้างเกราะคุ้มกันตัวเองไม่ให้ถูกกลืนไปกับกระแสที่ไหลบ่าเข้ามา

ภาระหลักในช่วงนี้ ยังคงตกเป็นของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งจากการจับเข่าคุยกับ สมชัย นิจพานิช อธิบดี และปภัสสร เจียมบุญศรี รองอธิบดี ทำให้ทราบว่า การรับมือประชาคมอาเซียนของวงการแพทย์แผนไทยกำลังก้าวสู่ขั้นต่อไป

ปภัสสร ฉายภาพกว้างก่อนว่า ปัจจุบันไทยมีแพทย์แผนไทยอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท ก. แพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรม เป็นกลุ่มที่ได้รับการศึกษาแบบดั้งเดิม คือ ศึกษาแบบฝากศิษย์ มีจำนวนน้อยมากราว 160 คน ประเภท ข. จบการศึกษาปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี ในมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนมากกว่า 20 แห่ง

และประเภท ค. หมอพื้นบ้าน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอายุ 5060 ปี ผู้ใช้ภูมิปัญญาไทยรักษาคนไม่ต่ำกว่า 20 ปีขึ้นไป มีจำนวนราว 5 หมื่นคน หากคนในกลุ่มนี้สอบใบอนุญาตผ่าน จะได้รับการเลื่อนขึ้นไปเป็นประเภท ก. ส่วนแพทย์แผนไทยทำงานอยู่ในกระทรวงมีอยู่เพียง 300400 คน

สมชัย กล่าวเสริมว่า จำนวนแพทย์แผนไทยยังไม่ชัดเจน เพราะไม่มีการขึ้นทะเบียน แต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย เชื่อว่าจะช่วยให้วิชาชีพเป็นระบบระเบียบ มีฐานข้อมูล และมีมาตรฐานการให้บริการ มาตรฐานเชิงวิชาการเป็นสากลมากขึ้น

ปภัสสร กล่าวด้วยว่า กลไกหนึ่งที่จะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย คือสภาการแพทย์แผนไทย ที่จะเป็นตัวช่วยพัฒนาวงการ เสริมสร้างประสิทธิภาพ ควบคุมมาตรฐาน ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย และสืบสานแพทย์แผนไทยอันเป็นมรดกของไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งช่วยคัดกรองแพทย์แผนอื่นก่อนที่จะเข้ามาดำเนินการในไทย แน่นอนว่า จะมีการออกใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามมาด้วย

ขั้นตอนที่จะต้องเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือการเลือกตั้งกรรมการผู้ดำรงตำแหน่งในสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหลอมรวมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยหลากหลายแขนง และรวมตัวผู้ใช้ภูมิปัญญาให้เข้ามาอยู่ในสภาการแพทย์แผนไทย

สมชัย บอกอีกว่า แม้การเคลื่อนย้ายเสรีจะเกิดขึ้นเฉพาะกับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่เชื่อว่าแพทย์แผนไทยจะสามารถยืนหยัดต่อไปได้ เพราะคนจะโหยหาแพทย์แผนไทยมากขึ้นตามหลักการดูแลสุขภาพ 3 ข้อ 1.การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องต้องทำเอง 2.มีภาคีเครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาชน และ 3.มีกรอบแนวคิดที่ดี จะเห็นว่าหลักดังกล่าวสอดคล้องกับแพทย์แผนไทยที่นำภูมิปัญญามาใช้ดูแลรักษาตัวเองได้ และเกิดจากกรอบแนวคิดที่ดี

ปภัสสร เสริมว่า แพทย์แผนปัจจุบันนั้นยิ่งรักษายิ่งต้นทุนสูง เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนค่ารักษาก็ยิ่งสูงขึ้น ตรงกันข้ามกับแพทย์แผนไทยที่เป็นการใช้องค์ความรู้ที่คนไทยมี ต้นทุนไม่สูง คนทั่วไปเข้าถึงได้ และเข้ากับลักษณะของชนชาติ อีกทั้งการแพทย์แผนไทยยังเข้าถึงชีวิตจิตใจของผู้คนมากกว่าแพทย์แผนปัจจุบัน สังเกตว่าแพทย์แผนปัจจุบันจะมีความสัมพันธ์กับคนไข้แบบห่างกว่า

ขณะเดียวกัน กรมยังได้ชูสมุนไพร 5 ชนิดจากสมุนไพรจำนวนมากของไทยขึ้นมาเป็น “โปรดักส์ แชมเปี้ยน” ระดับอาเซียน ได้แก่ 1.กระชายดำ 2.บัวบก 3.ไพล 4.กวาวเครือขาว และ 5.ลูกประคบ เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยแล้วว่ามีสรรพคุณอันเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ จึงต้องการให้สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดนำร่องสู่สากล

สำหรับการจะเติบโตไปสู่อาเซียนได้อย่างยั่งยืนนั้น สมชัย บอกว่า ต้องเกิดจากการสร้างวงการในประเทศอันเป็น “ที่มั่น” ให้เข้มแข็งให้ได้ก่อน จากนั้นจึงค่อยหาทางเผยแพร่ความรู้ออกไปสู่อาเซียนอันเป็น “ที่หมาย” ที่ต้องการให้เกิดขึ้นต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ