
แนะอียูฟื้นรายย่อยกู้วิกฤตหนี้
ผู้เชี่ยวชาญชี้หนุนเข้าถึงสินเชื่อกระตุ้นโต.
ผู้เชี่ยวชาญชี้หนุนเข้าถึงสินเชื่อกระตุ้นโต.
เตือนอีซีบีลดดอกอย่างเดียวไร้ผล.ผู้เชี่ยวชาญแนะยุโรปกู้วิกฤตหนี้ด้วยการฟื้นฟูเอสเอ็มอี เตือนลดดอกเบี้ยไม่ช่วยอะไร
ซีเอ็นเอ็นมันนี่ เปิดเผยบทความอ้างนักวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ว่า อาจไม่สามารถพลิกฟื้นสภาพเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนให้กลับมากระเตื้องขึ้นได้อย่างที่คาดการณ์ไว้ โดยให้เหตุผลว่า การแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปอย่างยั่งยืน คือ ชาติสมาชิกอียูต้องร่วมมือกันช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคให้กลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
รายงานระบุว่า แม้ว่าภายหลังจากประกาศตัดลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ของอีซีบี ส่งให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในทันที ทว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจยังไม่สามารถกอบกู้วิกฤตหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอีซีบียังคงไม่มีการออกนโยบายเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูภาคเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคและช่วยส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานมากถึง 80% โดยเฉพาะการปรับปรุงการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อให้มากขึ้น
“แม้การตัดลดดอกเบี้ยอาจช่วยเหลือภาคธนาคารที่มีปัญหาได้ ทว่าการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยฟื้นเศรษฐกิจยุโรปจากสภาวะถดถอยได้ทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่แบงก์ชาติควรดำเนินการโดยเร็วที่สุดคือ การผ่อนปรนกฎเกณฑ์การใช้หลักประกันเงินกู้และออกมาตรการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะรายย่อยมากขึ้น” พอล แอชเวิร์ธ นักเศรษฐศาสตร์ประจำบริษัทที่ปรึกษาแคปิตอล อีโคโนมิค กล่าว
ทั้งนี้ บรรดาธุรกิจขนาดกลางและย่อมในภูมิภาค ซึ่งต้องพึ่งพาการขอสินเชื่อจากภาคธนาคารเป็นหลัก เผชิญสภาวะการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ภายหลังสถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดตัวลงจากปัญหาวิกฤตหนี้ เช่น ธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยในสเปนที่มีจำนวนลดลงจนในปัจจุบันเหลือเพียง 13 แห่ง จากหลายปีก่อนหน้านี้มีถึง 45 แห่ง ทำให้การขอสินเชื่อเป็นไปอย่างลำบากยิ่งขึ้น
สอดคล้องกับความเห็นของ เจมส์ โฮวัตต์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวยุโรปของแคปิตอล อีโคโนมิค มองว่า ธนาคารกลางยุโรปอาจเข้าซื้อพันธบัตรที่ใช้ธุรกิจเอสเอ็มอีค้ำประกัน ซึ่งแม้ว่าอาจทำให้อีซีบีต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ทว่าทาง โฮวัตต์ มองว่า ยังเป็นแนวทางสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้มากกว่าการตัดลดดอกเบี้ย







