posttoday
บิซ แชร์ ธุรกิจเฟอร์ฯ วัยรุ่นพันล้าน

บิซ แชร์ ธุรกิจเฟอร์ฯ วัยรุ่นพันล้าน

08 พฤษภาคม 2556

โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์

โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์

ว่ากันว่า ในโลกธุรกิจนั้น อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข เพราะตราบใดที่ผู้ประกอบการไม่หยุดฝัน และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โอกาสก็ย่อมมีสำหรับทุกๆ คน ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตาม

ดังเช่นกรณีของ ฌอน เบลลิก ผู้ประกอบการหนุ่มชาวอเมริกัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าก่อตั้งบริษัท “บิซ แชร์” (Biz Chair.com) เว็บไซต์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศชื่อดัง ขณะที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น จนเวลาผ่านไปเกือบ 12 ปี เบลลิก กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีรายได้สูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) ต่อปี

“ผมเป็นคนชอบขายของตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ก็จะขายพวกเกมและของเล่นต่างๆ ผ่านอีเบย์ พออายุ 14 ปี ผมก็นั่งคุยกับคุณพ่อว่าอยากขายของออนไลน์อย่างจริงจัง ก็เลยเป็นที่มาของเว็บไซต์ขายเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ซึ่งคุณพ่อพอจะมีประสบการณ์ด้านนี้พอดี” เบลลิก เผยที่มาของธุรกิจ

เจ้าตัวจึงตัดสินใจร่างแผนธุรกิจกับคุณพ่อ โดยใช้ทุนตั้งตัว 600 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.74 หมื่นบาท) ซึ่งส่วนใหญ่นั้นหมดไปกับค่าโฆษณาร้านเป็นหลัก

ในเบื้องต้น เบลลิก มีเฟอร์นิเจอร์ในสต๊อกเพียงไม่กี่ชิ้น ประกอบกับจ้างพนักงานประจำเพียง 1 คน ส่วนสถานที่ทำงานของเจ้าตัวนั้น แน่นอนว่าด้วยอายุเพียง 14 ปี คงหนีไม่พ้น “ห้องนอน” ที่บ้าน

ทว่า เพราะจุดเด่นของ บิซ แชร์ คือ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ และที่สำคัญก็คือจำหน่ายในราคาถูกกว่าบริษัทตัวแทนอื่นๆ ซึ่งว่ากันว่าบางชิ้นนั้นถูกกว่าถึงครึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ธุรกิจของ เบลลิก จะประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัว

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผู้ประกอบการหนุ่มไม่เคยคิดที่จะหยุดนิ่ง เห็นได้จาก “ไลน์ผลิตภัณฑ์” ที่นับวันยิ่งแตกหน่อไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันนอกจาก บิซ แชร์ จะจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศแล้ว ยังจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์บ้าน ร้านอาหาร โรงเรียน และแม้กระทั่ง “อุปกรณ์การแพทย์” จนสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหญ่อย่างบริษัท ไมโครซอฟท์ รวมทั้งกูเกิล และอะเบอร์ครอมบี้ แอนด์ ฟิทช์ แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังได้

ทั้งนี้ เบลลิก เชื่อว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือ การเป็นผู้ประกอบการ “อายุน้อย”

“แม้บางคนจะมองว่าผมมีประสบการณ์และความรู้น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมบริหารบริษัทไม่เป็นนะ ในทางตรงกันข้าม พนักงานของผมให้ความเคารพและนับถือผมมาก พวกเขากล้าที่จะเสนอไอเดียใหม่ๆ และพูดคุยกับผม เพราะผมยังเด็ก ซึ่งช่วยทำให้บรรยากาศการทำงานโดยรวมผ่อนคลายขึ้น”

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหนุ่มยังย้ำว่า ว่าที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต้อง “กล้าเสี่ยง” เพราะท้ายที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับ เบลลิก นั้น เจ้าตัวยอมรับว่าโชคดีที่เป็นคนขี้สงสัยและทะเยอทะยาน ประกอบกับอายุน้อยก็เลยไม่ได้คิดมากก่อนเริ่มลงมือทำธุรกิจ

ทว่า ท้ายที่สุดก็ไม่มีสิ่งใดสำคัญสำหรับเจ้าตัวมากเท่ากับการได้เป็น “แบบอย่าง” และ “แรงบันดาลใจ” ให้กับหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งหากเทียบกับในยุคที่ เบลลิก เริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ ที่แทบจะหาตัวอย่างซีอีโออายุน้อยไม่ได้เลย

งานนี้ เชื่อว่าใครก็ตามที่มีความมุ่งมั่นพร้อมเดินรอยตามหนุ่มรายนี้ ความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี