
ทำประกันไว้อุ่นใจกว่า
สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีเงินทุนและทรัพยากรจำกัดแล้ว การทำประกันคุ้มครองธุรกิจอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก เนื่องจากอาจมีราคาสูงเกินไป จึงทำให้รายย่อยจำนวนมากละเลยการทำประกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจส่งผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นและอาจไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้อีก เมื่อต้องประสบกับเหตุที่ไม่คาดฝัน เห็นได้จากข้อมูลจากสถาบันด้านความปลอดภัยบ้านและธุรกิจของสหรัฐ พบว่า กว่า 1 ใน 4 ของรายย่อยในสหรัฐ ต้องปิดกิจการลง ภายหลังจากเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่
สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีเงินทุนและทรัพยากรจำกัดแล้ว การทำประกันคุ้มครองธุรกิจอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก เนื่องจากอาจมีราคาสูงเกินไป จึงทำให้รายย่อยจำนวนมากละเลยการทำประกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจส่งผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นและอาจไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้อีก เมื่อต้องประสบกับเหตุที่ไม่คาดฝัน เห็นได้จากข้อมูลจากสถาบันด้านความปลอดภัยบ้านและธุรกิจของสหรัฐ พบว่า กว่า 1 ใน 4 ของรายย่อยในสหรัฐ ต้องปิดกิจการลง ภายหลังจากเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่
จากสถิติดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การทำประกันคุ้มครองธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจรายย่อย ซึ่งเว็บไซต์วอลสตรีทเจอร์นัล ได้เสนอแนะ 3 เคล็ดลับสำคัญ ก่อนตัดสินใจเริ่มทำประกันคุ้มครองธุรกิจสำหรับเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ
1.คัดเลือกนายหน้าหรือบริษัทประกันที่ไว้ใจได้ ที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงงธุรกิจว่ามีด้านใดบ้างและมากน้อยเพียงใด โดยผู้ประกอบการอาจเสาะหานายหน้าหรือบริษัทประกัน จากการสอบถามจากผู้ประกอบการในวงการธุรกิจเดียวกันหลายๆ แห่ง
ที่สำคัญควรศึกษาจุดแข็งของบริษัทประกันแต่ละแห่งว่า มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการประกันด้านใดเป็นหลัก ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง และหากไม่พอใจกับบริการหรือรายละเอียดของการประกันปัจจุบันอย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะอาจได้ไม่คุ้มเสีย
2.ตรวจสอบข้อกำหนดในกรมธรรม์ ให้ครอบคลุมกับความเสี่ยงมากที่สุด โดยนอกจากการประกันทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้ ถูกลักทรัพย์ หรือภัยธรรมชาติต่างๆ แล้ว ธุรกิจควรมีประกันภัยกรณีธุรกิจหยุดชะงัก ที่จ่ายค่าสินไหมชดเชยรายได้ก่อนเกิดความเสียหาย เพื่อรับประกันว่ากำไรขั้นต้นของบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบอีกด้วย
3.ให้ความสำคัญกับการอัพเดทการทำประกัน เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว ผู้ประกอบการควรระแวดระวังเกี่ยวกับการปกป้องธุรกิจจากความเสี่ยงอันเลวร้ายมากขึ้น เพื่อสามารถรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการถูกล้วงข้อมูลหรือประสบภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงได้ดีขึ้น โดยเจ้าของกิจการควรเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมการทำประกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของธุรกิจอยู่เสมออีกด้วย







