
การโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของนักการเมือง
ศาลาพักริมทางที่ประชาชนในท้องถิ่นใช้พักระหว่างรอรถประจำทาง มักจะมีชื่อนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งในพื้นที่นั้นระบุว่าเป็นผู้ผลักดันสิ่งก่อสร้างดังกล่าว หากดูเพียงผิวเผินอาจทำให้เห็นว่านักการเมืองมีความใส่ใจในสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ในเชิงหลักการแล้ว เงินที่ก่อสร้างศาลาพักริมทางเป็นเงินภาษีอากรของประชาชน ไม่ใช่เงินบริจาคส่วนตัวของนักการเมือง สมควรหรือไม่ที่จะเอาเงินภาษีมาประชาสัมพันธ์ประหนึ่งว่าเป็นผลงานส่วนตัวของนักการเมือง
ศาลาพักริมทางที่ประชาชนในท้องถิ่นใช้พักระหว่างรอรถประจำทาง มักจะมีชื่อนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งในพื้นที่นั้นระบุว่าเป็นผู้ผลักดันสิ่งก่อสร้างดังกล่าว หากดูเพียงผิวเผินอาจทำให้เห็นว่านักการเมืองมีความใส่ใจในสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ในเชิงหลักการแล้ว เงินที่ก่อสร้างศาลาพักริมทางเป็นเงินภาษีอากรของประชาชน ไม่ใช่เงินบริจาคส่วนตัวของนักการเมือง สมควรหรือไม่ที่จะเอาเงินภาษีมาประชาสัมพันธ์ประหนึ่งว่าเป็นผลงานส่วนตัวของนักการเมือง
กรณีตัวอย่างเล็กๆ ข้างต้น จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงโครงการหรือผลงานของรัฐบาลและอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงต่างๆ ซึ่งมีนักการเมืองเจ้ากระทรวงออกมาเป็นนายแบบ นางแบบ หรือพรีเซนเตอร์ แนะนำโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการของกระทรวงที่ตนเองดูแลอยู่ผ่านทางสื่อต่างๆ มากขึ้น แม้ด้านหนึ่งจะแสดงให้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลตามที่ได้หาเสียงไว้ แต่อีกด้านหนึ่งการโฆษณาผ่านทางสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย จึงถือเป็นการนำงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนมาใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเอง
กรณีดังกล่าวจะแตกต่างจากนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเป็นข่าวผ่านทางสื่อต่างๆ เพราะการเป็นข่าวเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็น และการรับรู้ข่าวสารโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่นักการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะมีโอกาสเป็นข่าวมากกว่า เพราะมีบทบาทและหน้าที่ทางการเมือง จึงเป็นธรรมดาที่อาจส่งผลให้นักการเมืองที่เป็นรัฐบาลเกิดความได้เปรียบและมีโอกาสมากกว่าที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรอบใหม่ ขณะที่นักการเมืองที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลและไม่มีโอกาสได้เป็นข่าวบ่อย ตลอดจนมีงบจำกัด จึงไม่เป็นที่จดจำของประชาชนทั่วไปมากนัก
การโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการหรือผลงานของรัฐว่าเป็นผลการดำเนินการของนักการเมืองที่อยู่ในตำแหน่ง จะมีให้เห็นตลอดทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ จนเกิดคำถามขึ้นในสังคมว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะจัดระเบียบในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะออกเป็นพระราชบัญญัติเพื่อควบคุมเป็นการเฉพาะ
การโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการหรือผลงานของรัฐไม่จำเป็นต้องมีนักแสดงอาชีพที่มีค่าตัวสูงมาเป็นพรีเซนเตอร์ อาจใช้คนทั่วไปหรือข้าราชการในหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการแทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย หรือมีแต่ไม่สูง ประชาชนจะได้ไม่เบื่อนักการเมือง และไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบแก่บรรดานักการเมืองทั้งหลาย ปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดตามมาก็คือ บรรดานักการเมืองทั้งหลายจะใจกว้างยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ เพราะนักการเมืองที่อยู่ในตำแหน่งย่อมเห็นประโยชน์ที่จะโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ส่วนนักการเมืองที่ไม่อยู่ในตำแหน่งบางคนก็อาจไม่เห็นด้วย
ประชาชนอาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก จากการที่นักการเมืองจะมีหรือไม่มีภาพปรากฏในการโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการหรือผลงานของรัฐ แต่การที่ไม่มีภาพนักการเมืองอาจทำให้ประชาชนตระหนักว่าโครงการและงานต่างๆ ของรัฐมาจากภาษีอากรของประชาชน และไม่รู้สึกเป็นบุญคุณกับนักการเมืองที่มีภาพในการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยใช้เงินภาษีอากรของประชาชนเอง







