
กัปตันใหญ่ CHO
“สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน (CHO) ผู้ประกอบธุรกิจออกแบบผลิตตัวถังและให้บริการติดตั้งระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ หุ้นใหม่ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 13 พ.ค. 2556 นี้ เขาเลือกเสี่ยงทำธุรกิจที่ต้องแตกหน่อจากธุรกิจเดิมของบิดาคือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถฮีโน่ของภาคอีสาน โดยเพิ่มการออกแบบตัวถังรถบรรทุกหรือรถพ่วงแบบพิเศษ ทำให้ต้องเพิ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้หาพันธมิตรทางธุรกิจหรือทีมวิศวกร จนได้บริษัท เอมิล ดอล์ล สัญชาติเยอรมัน ร่วมกันพัฒนามาตลอด 17 ปี ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมาด้วยกัน
“สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน (CHO) ผู้ประกอบธุรกิจออกแบบผลิตตัวถังและให้บริการติดตั้งระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ หุ้นใหม่ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 13 พ.ค. 2556 นี้ เขาเลือกเสี่ยงทำธุรกิจที่ต้องแตกหน่อจากธุรกิจเดิมของบิดาคือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถฮีโน่ของภาคอีสาน โดยเพิ่มการออกแบบตัวถังรถบรรทุกหรือรถพ่วงแบบพิเศษ ทำให้ต้องเพิ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้หาพันธมิตรทางธุรกิจหรือทีมวิศวกร จนได้บริษัท เอมิล ดอล์ล สัญชาติเยอรมัน ร่วมกันพัฒนามาตลอด 17 ปี ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมาด้วยกัน
แต่ความที่บริษัทต้องมีการเพิ่มทุน ทำให้ทางเยอรมนีเหลือสัดส่วนการถือหุ้นเพียง 2% จากเดิมอยู่ที่ 26%
“แม้เราจะอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่าง จ.ขอนแก่น ก็มีความใฝ่ฝัน ทำให้ขอนแก่นบ้านเกิดเขาเป็น ‘อีสานระดับโลก’ ให้ได้ ซึ่งตัวช่วยหนึ่งคือภูมิประเทศที่ดีรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การที่เข้าตลาดหุ้นก็เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น”
“สุรเดช” จบการศึกษาระดับอนุปริญญา 2 ใบ โดยใช้เวลา 6 ปี เก็บเกี่ยวความรู้จาก 2 คณะ 2 มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นคือ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ จาก Yomiuri Rikosem College และคณะบริหารธุรกิจ จาก Sanno University เขามีเป้าหมายชัดเจนว่าเรียนเพื่อต่อยอดทำธุรกิจครอบครัว
สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตนี้ได้เพราะพ่อแม่ให้อิสระ จนถึงทุกวันนี้เขายังยึดถือคำพูดของพ่อที่ว่า “ถ้ากล้าคิดก็ต้องกล้าที่จะทำ เพราะถ้ารอให้พร้อมก่อนค่อยทำ ก็ไม่รู้ว่าจะได้เริ่มทำเมื่อไร พอทำแล้วเจออุปสรรคเดี๋ยวก็มีทางดิ้นให้สู้ต่อไป”
เขาพยายามจะถ่ายทอดให้กับลูกสาวทั้ง 4 คนของเขาอายุ 15 14 12 และ 11 ปี รวมทั้งให้เขาได้เรียนรู้ที่จะกล้าทำให้สิ่งแตกต่างแต่ต้องถูกต้อง ที่สำคัญคือการเป็นคนรักในบ้านเกิดของตัวเอง เสาร์อาทิตย์ไหนที่ว่างคุณพ่อจะพา 4 สาวเข้าป่า เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับธรรมชาติ รักท้องถิ่น และเอามือปั้นข้าวเหนียวกินได้







