posttoday
เห็นชอบครับพ้ม

เห็นชอบครับพ้ม

08 พฤษภาคม 2556

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะมีมติเห็นชอบมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศด้วยวิธีการ Cross Currency Swap เพื่อเปลี่ยนแปลงหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสกุลเงินเยนมาเป็นหนี้สกุลเงินบาท เพื่อลดความเสี่ยงของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่ผันผวน ช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะมีมติเห็นชอบมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศด้วยวิธีการ Cross Currency Swap เพื่อเปลี่ยนแปลงหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสกุลเงินเยนมาเป็นหนี้สกุลเงินบาท เพื่อลดความเสี่ยงของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่ผันผวน ช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ยิ้มกริ่มบอกว่า ครม.เห็นชอบหลักการให้ปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดย Swap หนี้เงินเยนเป็นหนี้เงินบาท ในส่วนสัญญากู้เงินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 37 และรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญาที่ 810 ที่ รฟม.กู้เงินจากไจก้าญี่ปุ่น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 6.63 หมื่นล้านบาท

แยกเป็น หนี้เงินเยนสัญญาที่ 37 ร่วม 4.15 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังทำการ Swap หนี้ได้ทันที ส่วนสัญญาที่ 810 นั้นยังไม่มีการกู้เงิน แต่ขอหลักการก่อนว่า ถ้าหากกู้เงินแล้วก็จะ Swap หนี้เงินเยนเป็นเงินบาททันที

การ Swap หนี้เงินเยนเป็นเงินบาท จะทำให้ รฟม.จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้นเป็นอัตรา 34% จากที่กู้เงินเยนมีดอกเบี้ย 0.75%

แต่ผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนทำให้ต้นเงินกู้ลดลง แม้ว่าภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น แต่โดยภาพรวมแล้วการ Swap หนี้ในสัญญาที่ 37 ทำให้ รฟม.ประหยัดดอกเบี้ยได้ร่วม 3,732 ล้านบาท ฝีมือมั้ย!

ชัชชาติ บอกว่า รฟม.เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหนี้เป็นสกุลเงินเยนถึง 51% ของรัฐวิสาหกิจทั้งประเทศ กระทรวงคมนาคมมีแผน Swap หนี้เงินเยนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้จากไจก้ามาเป็นสกุลเงินบาทด้วย

งานนี้กระทรวงการคลังเสนอ กระทรวงคมนาคมเห็นพ้อง รัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี พยักหน้ากันหงึกๆ ไม่รู้เข้าใจหรือไม่เข้าใจ แต่ทั้งชุดหนับหนุนเต็มที่

นอกจาก สวอปหนี้เงินเยนแล้ว ครม.ยังเห็นพ้อง และรับทราบตามที่กระทรวงการคลังรายงานว่า ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ระยะที่ 2 ที่ครบกำหนดเดือน ก.พ.มี.ค. 2556 จำนวน 4 รุ่น วงเงินรวม 31,877 ล้านบาท

ด้วยการชำระคืนหนี้ โดยนำเงินทดรองจ่ายคงค้างจากการปรับโครงสร้างหนี้เดือน ม.ค. ไปจ่าย 250 ล้านบาท

หลายคนสงสัยว่า ทำไมหนี้ก้อนนี้ไม่ลดลงซะที

อิๆ นี่ถ้ากู้มา 2 ล้านล้าน รับรอง หนี้ก้อนนี้ไม่มีทางลด เพราะทั้งต้นทั้งดอกจะต้องนำไปจ่าย 2 ล้านล้านให้หมดใน 50 ปีก่อน แน่ๆ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ