
แมนูไลฟ์ฯ ปักหลักสู้
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
บริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) นับเป็นบริษัทข้ามชาติที่สู้ไม่ถอยในตลาดประกันชีวิตไทย และยังคงปักหลักที่จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยไม่มีทีท่าถอดใจง่ายๆ
เดิมคือบริษัท อินเตอร์ไลฟ์ ประกันชีวิต กลุ่มจอห์น แฮนคอค เซอร์วิส อิงค์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาถือหุ้นใหญ่และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อินเตอร์ไลฟ์ จอห์น แฮนคอค ในปี 2539 ต่อมาได้ควบรวมกิจการกับแมนูไลฟ์ ไฟแนนเชียล คอร์ป ประเทศแคนาดา และเปลี่ยนชื่อ เมื่อปี 2548 ถึงปัจจุบัน
นับอายุที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทข้ามชาติรวม 17 ปี แต่ขนาดธุรกิจของบริษัทแห่งนี้กลับมีพัฒนาการเติบโตที่ล่าช้ามาก
ปี 2555 ที่ผ่านมามีเบี้ยรับรวม 463.69 ล้านบาท มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 0.12% อยู่ลำดับที่ 22 จากทั้งหมด 24 บริษัท
ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่ผู้ถือหุ้นมีนโยบายเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพยายามที่จะสร้างช่องทางขายผ่านตัวแทนเป็นหลัก โดยเฉพาะการพยายามสร้างระบบตัวแทนที่กินเงินเดือนประจำที่ผู้บริหารสมัยนั้นคิดว่าจะสำเร็จแต่ก็ล้มเหลว
นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารฝ่ายขายบ่อย และไม่สามารถที่จะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับตัวแทนที่มีอยู่เดิม ทำให้แผนการเติบโตไม่เป็นไปตามคาด
ล่าสุด ภายใต้การนำของ อลัน อึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดอีกครั้ง พร้อมประกาศไว้ว่าจะเป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กรมธรรม์ใหม่ที่จะออกเป็นแบบที่ค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำและมีเงินปันผลจากกำไรลงทุน (พาร์ โพรดักส์) กรมธรรม์คุ้มครองชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) เท่านั้น
อลัน เชื่อว่า พาร์ โพรดักส์ จะสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์ในระยะยาว จากเดิมที่มีการค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำเพียงอย่างเดียว โดยปีที่ผ่านมาจ่ายปันผลให้ลูกค้าที่ 5.75% และเป็นที่นิยมของตลาดเห็นได้จากมีสัดส่วนสูงถึง 50% ของยอดขายใหม่
ขณะที่กรมธรรม์ควบการลงทุน หรือยูนิตลิงก์ ชำระเบี้ยรายปี ไม่ใช่แบบชำระเบี้ยครั้งเดียว ทำให้สามารถบริหารการลงทุนได้ดีกว่า อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ที่มีการแยกบัญชีบริหารชัดเจน
นอกจากนี้ ได้ดึง ปรัชญ์ สิงหเสนี เข้ามานั่ง ตำแหน่งรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานตัวแทน และจะกลับมาใช้ตัวแทนระบบพาร์ทไทม์อีกครั้ง โดยมีแผนที่จะเพิ่มตัวแทนเป็น 2 เท่าจากปัจจุบันมี 600700 คน และจะทำให้ยอดขายประกันชีวิตลูกค้ารายใหม่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม
ผลจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาด และเปลี่ยนตัวแม่ทัพฝ่ายขายจะได้ผลหรือไม่ สิ้นปีนี้จะได้เห็นผลงานกัน







