posttoday
กาง 4 แผนคุมค่าเงินบาท

กาง 4 แผนคุมค่าเงินบาท

08 พฤษภาคม 2556

คลังส่ง 4 มาตรการ จากเบาไปหาหนักเพื่อแก้ไขเงินบาทแข็งค่าของ ธปท. พุ่งเป้าดูแลพันธบัตรสกัดต่างชาติลงทุนบอนด์รัฐบาล

คลังส่ง 4 มาตรการ จากเบาไปหาหนักเพื่อแก้ไขเงินบาทแข็งค่าของ ธปท. พุ่งเป้าดูแลพันธบัตรสกัดต่างชาติลงทุนบอนด์รัฐบาล 

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นำหนังสือของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ลงวันที่ 30 เม.ย. 2556 เกี่ยวกับมาตรการดูแลค่าเงินบาท 4 มาตรการ ที่จะนำมาดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสมตั้งแต่เบาไปหาหนักให้ ครม.รับทราบ โดยเก็บเอกสารคืนทันทีหลังประชุมวาระนี้เสร็จ

มาตรการที่ ธปท.เสนอมา ได้แก่

1.กรณีที่เป็นพันธบัตรของ ธปท.อาจห้ามไม่ให้นักลงทุนต่างประเทศซื้อ

2.อนุญาตให้นักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรได้เฉพาะพันธบัตรของกระทรวงการคลัง และพันธบัตรของรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาการถือครองพันธบัตรในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน

3.การเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีจากนักลงทุนต่างประเทศที่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ซึ่งมาตรการนี้ ธปท.จะต้องเสนอกระทรวงการคลังให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.กำหนดให้นักลงทุนต่างประเทศที่นำเงินเข้ามาลงทุนในไทยต้องทำประกันป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อบังคับไม่ให้ได้รับผลตอบแทนเชิงบวกแต่นักลงทุนต่างประเทศก็จะไม่ขาดทุนเช่นกัน และกำหนดให้เงินทุนที่นำเข้ามานั้นต้องกันสำรองเงินทุนจำนวนหนึ่งไว้ที่ ธปท.

แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายกิตติรัตน์ จะทำหนังสือหนังสือส่งกลับไปให้ผู้ว่าการธปท.เกี่ยวกับมาตรการดูแลค่าเงินบาทว่า มาตรการที่ 1 และ 2 ธปท.สามารถทำได้ทันที และเป็นมาตรการที่ ธปท. เคยดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้น ส่วนมาตรการที่ 3 หากธปท.จะดำเนินการต้องทำหนังสือมายังกระทรวงการคลังเพื่อขอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับมาตรการที่ 4 นั้น นายกิตติรัตน์ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย เช่น กรณีให้นักลงทุนต่างประเทศที่นำเงินเข้ามาลงทุนในไทยต้องทำประกันป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อบังคับไม่ให้ได้รับผลตอบแทนเชิงบวก ธปท. ระบุชัดเจนว่าเป็นมาตรการที่ไม่มีประเทศใดทำมาก่อน ส่วนมาตรการกันสำรองฯ ไทยเคยใช้แล้ว และทำให้หุ้นตกถล่มทลาย

“นายกิตติรัตน์ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับมาตรการกันสำรองเงินทุนฯ เพราะเป็นมาตรการที่เคยทำมาแล้วในสมัยรัฐบาลหลังรัฐประหาร สมัยม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล แล้วทำให้ตลาดหุ้นถล่ม จนต้องยกเลิกมาตรการนี้ไปในที่สุด และนายกิตติรัตน์ยังพูดด้วยเสียงหนักแน่นว่าแบงก์ชาติต้องระบุให้ชัดเจนว่าแต่ละมาตรการหน่วยงานใดทำบ้าง” แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ หาก ธปท.จะนำมาตรการใดมาใช้ก็ตาม จะต้องปรึกษาหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผลดีและผลเสียของมาตรการก่อนประกาศใช้มาตรการ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ

แหล่งข่าวระบุว่า ครม.หารือเรื่องนี้เป็นเวลา 40 นาที โดยในช่วงที่นายกิตติรัตน์ รายงานหนังสือของผู้ว่าการธปท.นายกิตติรัตน์ ระบุว่า แบงก์ชาติและกนง.มีทัศนคติมองโลกแง่ดีเกินที่บอกว่าอัตราดอกเบี้ยไม่มีผลต่อการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ ทั้งๆที่ส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นปัจจัยจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย

นายกิตติรัตน์ ยังบอกว่า มาตรการที่ธปท.เสนอมานั้น ไม่มีการพูดถึงการลดอัตราดอกเบี้ยเลย เพราะแบงก์ชาติและกนง.ไม่ได้มองว่าดอกเบี้ยมีส่วนจูงใจทำให้เงินทุนไหลเข้า แบงก์ชาติจึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาแบบนี้ และนายกิตติรัตน์ ยังพูดเชิงประชดประชันว่า การลดดอกเบี้ยอาจจะอยู่ในมาตรการอื่นๆของธปท.ก็เป็นได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ส่งออก โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นซับพลายเชน แต่แบงก์ชาติกลับบอกว่าผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบ สะท้อนว่าแบงก์ชาติมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะผู้ส่งออกต่างได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งทั้งสิ้น

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ รายงานครม.ว่า ผู้ส่งออกต่างยืนยันว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้จะอ่อนค่ามาอยู่ที่ 29.37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบกับผู้ส่งออก หากยังไม่มีมาตรการกลไกดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงกว่านี้ จะทำให้เป้าหมายส่งออกที่ตั้งไว้ที่ 89% จะขยายตัวไม่ถึงครึ่งหรือไม่ขยายตัวเลย

ขณะที่นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ รายงานว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ภาคเกษตรได้รับความสูญเสียคิดเป็นมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับรมว.อุตสาหกรรมรายงานว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมหดตัว 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าวว่า รมว.คลังรายงานมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่ ธปท.จะใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ที่จะมีการดำเนินการประกอบด้วย 4 แนวทาง โดยมาตรการที่ 4 ที่ธปท.เสนอมานั้น เป็นมาตรการที่ธปท.เคยนำมาใช้ครั้งหนึ่งแล้ว และทำให้ตลาดหุ้นตกอย่างหนัก

นายกิตติรัตน์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ว่า ได้รายงานครม.เกี่ยวกับสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสถานการณ์ทุเลาลง โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่มีเสถียร แต่การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าต่ำกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สร้างความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากรายได้ของธุรกิจลดลงก็จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ

นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ได้รายงาน ครม.ไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่าในฐานะรมว.คลัง ได้ทำหนังสือสอบถามธปท. 3 ประเด็น คือ1.สถานะทางการเงินของ ธปท.ว่ามีผลกระทบอย่างไรจากการดำเนินนโยบายทางการเงิน 2.แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินนโยบายทางด้านดอกเบี้ยว่ามีผลดีผลเสียอย่างไร และ3.มาตรการในการควบคุมเงินทุนไหลเข้าที่เหมาะสม

โดยธปท.ได้ตอบมาในหนังสือลงวันที่ 29 เม.ย.ใน 2 ประเด็นแรก ซึ่งเป็นที่ทราบว่าในงบการเงินของ ธปท.ว่า ณ สิ้นปี 2555 บัญชีของ ธปท. ติดลบอยู่ 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบมาจาก 2 ส่วน คือ ภาระดอกเบี้ยที่สูงจากการออกพันธบัตร และการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ส่งผลให้การคำนวณทางบัญชีมีผลขาดทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท