
ม.อุบลฯมุ่งสู่ศูนย์เรียนรู้แห่งภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ด้วยจุดเด่นของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่มีทำเลที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงทำให้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายทั้งเงินทุนและแรงงาน
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วางเป้าหมายจะเป็นสถาบันการเรียนรู้ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยไทย ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ (ยูนนาน) เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
สิรินทร์ทิพย์ บุญมี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจของ จ.อุบลราชธานี ที่กำลังขยายตัว ส่งผลให้การค้าการลงทุนและการแลกเปลี่ยนกับประเทศเพื่อนบ้านมีมากขึ้น และด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก ตะวันตก (East West Economic Corridor) อีกทั้งเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ จึงสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสถาบันการเรียนรู้แห่งภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียนได้ไม่ยาก โดยเฉพาะด้านภาษาและวัฒนธรรม เนื่องจากภูมิภาคนี้เป็นแหล่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรม
“เดิมทีอุบลราชธานีเคยเป็นจังหวัดที่เงียบมานาน เมื่อเริ่มมีการตื่นตัวเรื่องการเกิดขึ้นของเออีซี ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดค่อยๆ ดีขึ้น มีผู้คนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากขึ้น ประกอบกับมีบริษัทใหญ่มาลงทุน ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเช่นกัน อีกทั้งเมื่อเออีซีเปิด ธุรกิจท่องเที่ยวและเกษตรกรรมบริเวณชายแดนช่องเม็กจะขยายตัวอีกมาก เพราะในอนาคตอาจมีนักท่องเที่ยวมาอุบลราชธานีและทางตอนใต้ของลาว”
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจึงต้องปรับตัวอย่างมาก ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดึงดูดนักศึกษาจากต่างประเทศให้เข้ามาเรียนได้เมื่อเกิดเออีซี โดยปัจจุบันเริ่มเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับลาวและกัมพูชาแล้ว ขณะเดียวกันยังได้จัดอบรมให้กับนักศึกษาและบุคลากร เพื่อให้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนมากขึ้น
ที่สำคัญ มหาวิทยาลัยจะต้องผลิตผลงานวิจัยทางสังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งทำให้มีความเป็นนานาชาติมากขึ้น โดยจะผลักดันคณาจารย์ให้ผลิตงานวิจัยเกี่ยวกับภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นภาษาอังกฤษให้มากขึ้น รวมถึงตำราเรียนที่จะต้องปรับเป็นภาษาอังกฤษ เพราะหากทำเป็นภาษาไทย ผลงานเหล่านี้ก็จะถูกเผยแพร่ในวงแคบ
ขณะนี้มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพให้เป็นหลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์และศิลปศาสตร์ และสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาธุรกิจระหว่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษ และยังมีอีกหลายหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษา ทั้งในอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ เร็วๆ นี้จะมีความร่วมมือกับเกาหลีใต้ในการจัดกิจกรรมการเรียนในระยะสั้นอีกด้วย
ส่วนเรื่องภาษาจะเน้นในภาษาสังคมและวัฒนธรรมของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (อาเซียน) โดยจะมีการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้ากับหลักสูตรแกนกลางของระดับปริญญาตรี คือ ให้เด็กเรียนความรู้พื้นฐานทุกภาษาเหมือนกันหมดในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นค่อยให้เด็กเลือกเรียนภาษาที่สนใจจริงๆ เป็นวิชาเอกและโทในช่วงปีที่ 34 ซึ่งจะทำให้เด็กมีความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น เพราะการรวมตัวกันอาจก่อให้เกิดสายงานใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับทางด้านวัฒนธรรม ภาษา กฎหมายได้
“เราคงไม่ไปแข่งกับใคร แต่จะใช้จุดแข็งที่มีอยู่แล้วค่อยๆ พัฒนายกระดับตัวเองขึ้นไป ทำให้พอพูดถึงสถาบันการเรียนรู้แห่งภูมิภาคลุ่มน้ำโขงก็ต้องนึกถึงเรา โดยมองวันนี้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเดินทางตามเป้าหมายไปได้ 7080% แล้ว” สิรินทร์ทิพย์ กล่าว







