
กทค.โยนผู้ใช้มือถือ"ระวังภาพลวงตา 3 จี"
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะเป็นมิติใหม่ของการก้าวสู่เทคโนโลยี 3จี ที่จะติดสปีดความเร็วและแรงกว่าปัจจุบันเป็น 10 เท่า โดยผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ทรูมูฟ และดีแทค ต่างมีคิวเปิดตัวกันเรียงไปคนละวัน เริ่มจาก เอไอเอส วันที่ 7 พ.ค. ทรูมูฟ 8 พ.ค. และดีแทค ปิดท้ายวันที่ 9 พ.ค.
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะเป็นมิติใหม่ของการก้าวสู่เทคโนโลยี 3จี ที่จะติดสปีดความเร็วและแรงกว่าปัจจุบันเป็น 10 เท่า โดยผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ทรูมูฟ และดีแทค ต่างมีคิวเปิดตัวกันเรียงไปคนละวัน เริ่มจาก เอไอเอส วันที่ 7 พ.ค. ทรูมูฟ 8 พ.ค. และดีแทค ปิดท้ายวันที่ 9 พ.ค.
แม้จะน่ายินดีสำหรับผู้คนในวิถียุคดิจิตอล แต่การเปิดให้บริการของผู้ประกอบการครั้งนี้กลับเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น จนน่ากังวลว่า สุดท้ายแล้วผู้ใช้บริการจะได้ประโยชน์จาก 3จี เต็มรูปแบบอย่างแท้จริง หรือกำลังจะก้าวเข้าสู่ 3จี เวอร์ชั่นภาพลวงตา เป็นแค่ 3จี เทียม หาใช่ 3จี เต็มรูปแบบอย่างที่ประกาศไว้
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ประเด็นที่ชัดเจนที่สุด คือ สัญญาการให้บริการ 3จี ที่ กทค.มีมติให้ผู้ประกอบการแก้ไขหลายข้อ แต่เอไอเอสยืนยันว่ายังไม่ได้รับคำสั่งว่าจะต้องแก้ไขสัญญาให้บริการ เท่ากับว่าเอไอเอสจะเปิดให้บริการในวันที่ 7 พ.ค. ด้วยสัญญาการให้บริการเดิมที่เคยยื่นเสนอมาที่ กทค. ที่ผู้ประกอบการอาจใช้เป็นช่องทางในการเอาเปรียบผู้ใช้ภายหลังได้
นอกจากนี้ มีผู้ประกอบการบางราย เช่น ทรูมูฟ มีสัญญาณ 3จี ครอบคลุม 15 จังหวัดเท่านั้น เท่ากับว่าพื้นที่นอก 15 จังหวัด จะไม่สามารถใช้งาน 3จี ได้เลย โดยทรูมูฟแก้ไขด้วยการโรมมิ่งกับบริษัท กสท โทรคมนาคม แต่อยู่ระหว่างดำเนินการ จึงไม่มีการันตีจากผู้ประกอบการว่า ผู้ใช้จะได้ใช้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ได้ทั่วประเทศ
สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กทค. ด้านกฎหมาย ยอมรับว่า ไม่ได้บังคับผู้ประกอบการในเรื่องสัญญาณการให้บริการที่ครอบคลุม ซึ่งทั้งสามรายมีทั้ง 3จี ระบบเดิมและระบบใหม่ และจะแยกบริการด้วยชื่อแบรนด์ เช่น เอไอเอส 3จี และเอไอเอส 3จี ใหม่ ทรูมูฟ และทรูมูฟเอช
ดังนั้น ผู้ใช้บริการต้องรอบคอบตอนเลือกหรือสมัครแพ็กเกจว่าเป็น 3จี ระบบใหม่จริงๆ
ไม่เพียงแต่เรื่องสัญญาและสัญญาณที่ยังมีปัญหา การโอนย้ายลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนค่ายแต่คงเบอร์เดิม (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยจะประชุมในวันที่ 10 พ.ค. หรือหลังจากที่ทั้งสามค่ายเปิดให้บริการ 3จี ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ขณะที่การลดราคาค่าบริการ กทค.ยังไม่สามารถเคาะราคาที่เคลียร์คัตแบบฟันธงว่า ค่าบริการที่ถูกลง 15% จะเหลือเท่าไร ทั้งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่ผู้ใช้บริการรอคอย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การที่ผู้ใช้ได้รับสปีดเร็วขึ้นกว่าเดิม ก็เท่ากับว่าได้ใช้บริการที่ถูกลงแล้ว แม้ว่าจะต้องเสียค่าบริการเท่าเดิมก็ตาม โดยอ้างว่า สปีดและการใช้งานดาต้าที่มากขึ้นถือเป็นหัวใจหลักของการใช้งาน 3จี และการลดราคา อาจไม่ได้มาในรูปแบบตัวเงินค่าบริการที่ลดลง ซึ่งการที่ กทค.จะมากำหนดค่าบริการขั้นสูงโดยที่ยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันเอง และไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง ถือว่าผิดหลักการทำตลาดอย่างมาก
แต่อย่าลืมว่า การใช้งาน 3จี แบบไม่จำกัด ก็ไม่ได้มีอยู่จริงในตลาด เพราะในแพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนที่ต้องจ่ายสูงสุดเกือบ 900 บาทนั้น ระบุเงื่อนไขชัดเจนว่า “จำกัดปริมาณการใช้ 3จี ที่ 45 กิกะไบต์” ไม่ว่ามองมุมไหน ผู้ให้บริการก็อยู่ในฐานะ “เป็นต่อ” ผู้บริโภคอยู่ดี ที่ต้องถูกบังคับให้เลือกและจ่ายเงินในราคาสูง แต่ได้รับบริการไม่มีคุณภาพ
ผลสรุปสุดท้ายที่ผู้ใช้บริการได้รับก็คือ บริการ 3จี ที่เป็นเพียงการโหมโรงโฆษณาสวยหรูเพื่อให้รู้ไม่เท่าทัน “ภาพลวงตา” ของผู้ประกอบการเท่านั้นเอง







