
นายกฯ มาเลย์เสี่ยงหลุดเก้าอี้ชนะเลือกตั้งเสียงน้อยสุดใน50ปี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เสี่ยงสูง พรรคต้นสังกัดผลักออกจากตำแหน่ง หลังได้คะแนนเลือกตั้งต่ำกว่าเป้าหมายและต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของพรรค
รอยเตอร์ส อ้างแหล่งข่าวจากภายในพรรคอัมโน ว่า นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซียอาจถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคภายในสิ้นปีนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งผู้นำพรรคคนใหม่ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรค หลังจากที่พันธมิตรร่วมรัฐบาล บาริซาน เนชั่นแนล แม้ว่าจะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่ทว่ากลับได้คะแนนเสียงน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยได้เก้าอี้ในสภาเพียง 133 ที่นั่งจาก 222 ที่นั่ง ลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2551 ราว 7 ที่นั่ง ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของพรรคที่ต้องการที่นั่งเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา
“เราอาจเห็น นาจิบ ลงจากตำแหน่งภายในสิ้นปีนี้ และแม้ว่าเจ้าตัวอาจจะต่อสู้ แต่ด้วยผลการเลือกตั้งที่แย่ครั้งนี้ทำให้นายกฯ ไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก” เจ้าหน้าที่อาวุโสภายในพรรคอัมโนคนหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ กล่าว
ทั้งนี้ มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งยังเป็นผู้มีอิทธิพลสูงภายในพรรคอัมโนเคยกล่าวกับรอยเตอร์สเมื่อปีที่ผ่านมาว่า นาจิบต้องมีที่นั่งในสภามากกว่าผลการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ 140 ที่นั่ง มิเช่นนั้นตำแหน่งผู้นำพรรคของนาจิบอาจสั่นคลอนได้
นอกจากนั้น ภายหลังชนะการเลือกตั้ง นาจิบ ราซัค ยังจำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายทางการเงินของรัฐบาล
ลิมซูเซียน นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเอชเอสบีซี ในสิงคโปร์ กล่าวว่า นาจิบอาจต้องตัดลดงบประมาณอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งหลังของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอาจเริ่มเก็บภาษีการขายภายในปีหน้า โดยก่อนหน้านี้นาจิบเคยให้คำมั่นว่าจะยุติงบประมาณขาดดุลของรัฐบาล ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีที่แล้ว ภายในปี 2563
ที่ผ่านมา นาจิบทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อแสวงหาการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น ให้ส่วนลดราคาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแก่นักศึกษา ให้เงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือน และเพิ่มเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ
“พวกเราอาจเห็นรัฐบาลหันมาให้ความสนใจการรัดเข็มขัดทางการคลังมากขึ้น หลังจากที่ใช้นโยบายประชานิยมไปอย่างหนักในช่วงก่อนการเลือกตั้ง” ชัวฮัคบิน นักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ออฟอเมริกาในสิงคโปร์ กล่าว
ทั้งนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประเมินรายจ่ายมวลรวมทั่วไปของรัฐบาลไว้ในเดือน ก.ย. ปีที่แล้วว่าจะพุ่งสูงถึง 53.9% ของจีดีพีในปี 2555 มากกว่าปี 2554 ซึ่งอยู่ที่51.9%
ในขณะเดียวกัน อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวานนี้ว่า พรรคฝ่ายค้านมีแผนที่จะประท้วงผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และโจมตีพรรครัฐบาลซึ่งปกครองประเทศมากว่า 56 ปีว่า ได้สูญเสียความชอบธรรมในการปกครองไปแล้ว
“ในวันนี้ ผมยืนยันว่าพวกเราชนะการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่พรากเอาพลังของการเลือกตั้งครั้งนี้ไปจากชาวมาเลเซีย พวกเราจะตรวจสอบกรณีทุจริตการเลือกตั้งราว 3040 เขต และจะปรึกษากันว่าจะส่งคำร้องเรียนไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือศาล” อันวาร์ กล่าวในการสัมภาษณ์กับเอเอฟพี
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความแน่ชัดว่า มีบทกฎหมายที่เปิดช่องให้มีการร้องเรียนของฝ่ายค้านมากน้อยแค่ไหน โดยกลุ่มผู้วิจารณ์พรรคแนวร่วมรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาใช้ศาลและสถาบันอื่นๆ เป็นเครื่องมือในการปกป้องระบอบอำนาจของตัวเอง
ทั้งนี้ นาจิบ ราซัค ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้าน และเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากกษัตริย์ของมาเลเซียไปแล้วเมื่อวานนี้ แต่อาจประสบปัญหาการท้าทายอำนาจภายในพรรคได้ เมื่อการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคอัมโนในช่วง ต.ค.พ.ย.มาถึง เพื่อเลือกผู้นำพรรคคนใหม่







