posttoday
จับตาการเดินหมากของแบงก์ชาติ

จับตาการเดินหมากของแบงก์ชาติ

06 พฤษภาคม 2556

สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างกว้างระหว่าง 29.30-29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยยังเป็นกรอบที่เงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากที่ตลาดการเงินไทยยังไม่ได้รับความชัดเจนที่แน่นอนในการจัดการกับปัญหาค่าเงิน ทำให้นักลงทุนยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะถือสถานะเงินบาท การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้

สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างกว้างระหว่าง 29.30-29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยยังเป็นกรอบที่เงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากที่ตลาดการเงินไทยยังไม่ได้รับความชัดเจนที่แน่นอนในการจัดการกับปัญหาค่าเงิน ทำให้นักลงทุนยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะถือสถานะเงินบาท การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้

นี่จึงถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออกที่จะหาเวลาที่เหมาะสมเพื่อแลกเปลี่ยนรายได้จากสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในระยะต่อไป

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณเศรษฐกิจโลกสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขที่สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) (ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถวัดกิจกรรมของเศรษฐกิจได้) ทั้งจากสหรัฐและจีนที่แสดงสัญญาณที่ชะลอตัวลง ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวของยูโรโซนยังอยู่ในภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของเดือน เม.ย. อาจเป็นการบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของไตรมาส 2 ของปีที่ไม่สวยนัก ขณะที่ประเด็นถกเถียงเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหาเงินทุนไหลเข้าสู่ไทยยังเป็นประเด็นร้อนแรงในตลาดตลอดสัปดาห์

สัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ดัชนี PMI ในภาคบริการของจีนและยูโรโซน ตัวเลขการส่งออกของจีนและเยอรมนี รวมถึงอีกหลายประเทศในภูมิภาค (ไต้หวัน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) 2) การประชุมนโยบายการเงินในภูมิภาค (ธนาคารกลางเกาหลีใต้ มาเลเซีย ออสเตรเลีย)

ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 29.22 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงและเคลื่อนไหวอย่างผันผวน ท่ามกลางข่าวลือที่หนาหูเกี่ยวกับประเด็นด้านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าการแบงก์ชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเงินบาทปรับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนกลัวการแทรกแซงจาก ธปท.ที่จะควบคุมการไหลเข้าจากเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากที่ ธปท.ได้รับแรงกดดันจากทุกรอบด้าน ทั้งกระทรวงการคลัง สภาอุตสาหกรรมฯ และผู้ส่งออก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวในเดือน เม.ย. บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านราคาในระดับต่ำ และเผยถึงความกังวลเรื่องผลกระทบของการแข็งค่าของเงินบาทที่มีผลต่อผู้ส่งออก ณ วันศุกร์ เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.57 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3029 โดยการซื้อขายของเงินยูโรอยู่ในกรอบ 1.2745-1.3039 ที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐหลังจากที่มีปัจจัยหนุนทั้งจากภายในและภายนอก โดยปัจจัยภายในที่ช่วยหนุนค่าเงินยูโร คือ การที่อิตาลีสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เอนริโก เลตตา โดยได้ยุติภาวะทางตันทางการเมือง ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การที่ตัวเลขจีดีพีของสหรัฐในไตรมาสแรกที่ขยายตัวเพียง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 3% และการที่สหรัฐยังคงมาตรการการเข้าซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ระดับเดิม คือ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ยังเสริมความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังเป็นไปอย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ไปสู่ระดับ 0.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ มาริโอ ดรากี ยังกล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงไปอีกในอนาคตข้างหน้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การตัดสินใจของอีซีบีและถ้อยแถลงของดรากีอาจจำกัดขาขึ้นของเงินยูโรในระยะต่อไปได้ ณ วันศุกร์ ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.3125

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 98.03 ปิดที่ 98.01 เยนต่อเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท