
ไทยเบฟฯไล่กวาดรางวัลก้าวย่างพันธมิตรสู่สากล
จากวิสัยทัศน์องค์กร ในการมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับแนวหน้า โดยเน้นความเป็นเลิศเชิงพาณิชย์ ความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม และความเป็นมืออาชีพ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปักธงแบรนด์ไทยในตลาดโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
จากวิสัยทัศน์องค์กร ในการมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับแนวหน้า โดยเน้นความเป็นเลิศเชิงพาณิชย์ ความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม และความเป็นมืออาชีพ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปักธงแบรนด์ไทยในตลาดโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
เป้าหมายดังกล่าวนำมาซึ่งพันธกิจของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ที่มุ่งมอบคุณค่าที่สำคัญ 6 ประการ อันประกอบด้วย 1.มอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดให้ลูกค้าทุกกลุ่ม 2.ตอบสนองความต้องการของผู้แทนจำหน่ายโดยให้บริการอย่างมืออาชีพ 3.ให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการเติบโตของรายได้และผลกำไรที่มั่นคงและต่อเนื่อง 4.เป็นแบบอย่างในด้านความเป็นมืออาชีพ ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล 5.มอบความไว้วางใจ อำนาจ และรางวัลแก่พนักงาน เพื่อสร้างความร่วมรับผิดชอบ และ 6.สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม
การดำเนินงานตลอด 70 ปีที่ผ่านมาของไทยบฟเวอเรจ จากขาใหญ่ในธุรกิจสุรา ก็ได้แตกไลน์ต่อยอดไปสู่ธุรกิจต่างๆ หลากหลายกลุ่ม ทั้งเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ ธุรกิจค้าปลีก กลุ่มธุรกิจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม และกลุ่มประกันภัย การเงิน จนมีมูลค่าสินทรัพย์ธุรกิจในเครือไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้านบาท
เวลล็อก ลู ผู้จัดการทั่วไปบริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า การได้รับรางวัลถึง 2 รางวัล คือ Asia’s Best CEO และ Best Investor Relations Company (Thailand) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในงาน “Asian Excellence Recognition Awards 2013” แสดงให้เห็นในความเป็นเลิศของการติดต่อสื่อสารกับนักลงทุน จริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร การปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงประสิทธิภาพทางด้านการเงินของเครือไทยเบฟ
“ไทยเบฟได้รับสองรางวัลดังกล่าวนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งไทยเบฟรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท และตอกย้ำความเป็นมืออาชีพในการบริหารงาน”
นอกจากนี้ ล่าสุด ไทยเบฟเวอเรจยังคว้ารางวัล “HomeGrown NonAlcoholic Beverage Company of the Year” ในงานประกาศผลรางวัล “Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards 2013” ในฐานะเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจและการเจริญเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ดีเยี่ยม
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และบุคลากร ได้ผลักดันขอบเขตของความเป็นเลิศที่เพิ่มขึ้น และได้แสดงถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นในตลาดการแข่งขันในประเทศไทย โดยเฉพาะการขยายไลน์สู่ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ หรือ นอนแอลกอฮอล์ ทั้งจากการขยายไลน์สินค้าเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ในเครือ และการซื้อกิจการบริษัท เสริมสุข รวมถึงการเข้าซื้อหุ้น 83.6% ในบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) สิงคโปร์ ด้วยมูลค่า 3.36 แสนล้านบาท
ก้าวเดินของไทยเบฟ นับจากนี้ สะท้อนได้จากคำกล่าวของ เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ที่กล่าวไว้แก่ผู้ถือหุ้นว่า การขยายธุรกิจด้านเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของบริษัทเพื่อเป้าหมายของการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดเครื่องดื่มของภูมิภาค ไทยเบฟได้เพิ่มความหลากหลายของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ผ่านการแนะนำสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายกลุ่มผู้บริโภค
นอกจากนี้ นับแต่ไทยเบฟฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ได้จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยผลประกอบการประจำปี 2554 บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในเดือนก.ย. 2554 จำนวนหุ้นละ 0.15 บาท และคณะกรรมการบริษัทได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผลอีกจำนวนหุ้นละ 0.22 บาทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 รวมเป็นเงินกว่า 9 พันล้านบาท คิดเป็นหุ้นละ 0.37 บาท
นายเจริญกล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทแสดงให้เห็นว่ากิจการของบริษัทมีความมั่นคงแม้ในช่วงเวลาที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจ บริษัทก็ยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอมา และเชื่อมั่นว่าบริษัทจะยังคงความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสถานะทางการเงินต่อไปแม้ในภาวะที่ไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และบริษัทจะมุ่งมั่นสร้างผลการดำเนินงานและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป
ขณะเดียวกัน ไทยเบฟยังให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ และมีแผนที่จะขยายฐานการลงทุน เพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนโดยให้ความสำคัญกับประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจสูงและมีโอกาสในการแข่งขัน เช่น ประเทศเวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และประเทศเมียนมาร์ภายหลังจากการเปิดประเทศ
นอกเหนือจากการมุ่งเน้นพัฒนาทางด้านธุรกิจแล้ว ไทยเบฟยังเล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญและแข็งแกร่งที่สามารถรองรับและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในทุกด้าน บริษัทจึงมุ่งเน้นการพัฒนาพนักงานของเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านความรู้ ทักษะ และความชำนาญการ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้การขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ไทยเบฟยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อันเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญ โดยชูแนวคิดของการเป็น “บริษัทที่มีความรับผิดชอบทั้งในด้านธุรกิจและต่อสังคม” มากกว่าการหวังเพียงผลกำไรในระยะสั้น ภายใต้แนวคิดและความเชื่อที่ว่า “คนไทยให้กันได้” ก่อเกิดกิจกรรมการให้ในหลากหลายด้าน ทั้งด้านสังคม การศึกษา สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม กีฬา โดยเฉพาะโครงการไทยเบฟรวมใจต้านภัยหนาวที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน
รางวัลต่างๆ ที่ได้มา จึงเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีถึงการดำเนินธุรกิจของไทยเบฟ ที่มุ่งมั่นดำเนินการตามพันธกิจ และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสินค้าไทยที่จะไปผงาดในตลาดโลกในเร็ววันนี้







