posttoday
ประโยชน์ของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(ตอนจบ)

ประโยชน์ของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(ตอนจบ)

04 พฤษภาคม 2556

6.มูลค่าเพิ่มของหุ้น เจ้าของธุรกิจที่นำธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ย่อมหวังว่าเมื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว หุ้นของบริษัทจะเป็นที่นิยม มีนักลงทุนเข้ามาซื้อขายจำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าหุ้นในตลาดมีราคาเพิ่มสูงขึ้นไป ซึ่งเจ้าของธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นก็จะมีกำไรจากส่วนต่างของมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น กับมูลค่าหุ้นที่ลงทุนจริง เป็นผลพลอยได้ เศรษฐีหลายๆ ท่านในโลกนี้ล้วนแต่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก อย่าง บิล เกตส์

6.มูลค่าเพิ่มของหุ้น เจ้าของธุรกิจที่นำธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ย่อมหวังว่าเมื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว หุ้นของบริษัทจะเป็นที่นิยม มีนักลงทุนเข้ามาซื้อขายจำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าหุ้นในตลาดมีราคาเพิ่มสูงขึ้นไป ซึ่งเจ้าของธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นก็จะมีกำไรจากส่วนต่างของมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น กับมูลค่าหุ้นที่ลงทุนจริง เป็นผลพลอยได้ เศรษฐีหลายๆ ท่านในโลกนี้ล้วนแต่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก อย่าง บิล เกตส์

7.กฎระเบียบต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าเรื่องข้อกำหนดในการรับหลักทรัพย์เข้าตลาด หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องปฏิบัติตามในมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผู้บริหารต้องปรับตัว ใช้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ มีความโปร่งใส ซึ่งเป็นผลโดยตรง ทำให้องค์กรสามารถสร้างตัวชี้วัดต่างๆ (KPI, Key Performance Indicator) มีมาตรฐาน ถูกต้อง และสามารถเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกัน (Benchmark) เพื่อรู้ว่าวันนี้เราอยู่จุดใด และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขัน

8.เสริมภาพพจน์และความน่าเชื่อถือ บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น หมายถึง บริษัทที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆ ฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายรัฐซึ่งได้แก่ ผู้ควบคุมดูแล ผู้ตรวจสอบ หรือฝ่ายเอกชน ซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนสถาบันต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีผลทำให้ลูกค้า ผู้ค้า เจ้าหนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมไปถึงพนักงานมีความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นผลดีต่อการตลาดขององค์กรในภาพรวม

ในส่วนของพนักงานนั้น ก็จะมีความภักดีและภาคภูมิใจในองค์กร และโดยการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าขององค์กร โดยผ่านโครงการ “เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่กรรมการ หรือพนักงานบริษัท (Employee Stock Option Program, ESOP)” องค์กรก็สามารถที่จะดึงพนักงานที่มีความสามารถให้ทุ่มเทกับองค์กร เพราะคนที่มีคุณภาพถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้ธุรกิจ รวมทั้งในแง่ของผลประโยชน์ตอบแทนที่ให้เป็นหุ้นนั้น จะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านภาษีเงินได้ของพนักงานน้อยกว่าการขึ้นค่าตอบแทน ในลักษณะเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่ง

9.สร้างองค์กรแบบไม่มีวันตาย (Immortal Business) การที่บริษัทสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ย่อมหมายความว่า ในการบริหารจัดการ บริษัทได้แยกส่วนระหว่างเจ้าของกิจการและผู้บริหารออกจากกันอย่างเป็นระบบ และทั้งส่วนของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยผ่านการซื้อขายหุ้นในตลาด ในส่วนผู้บริหารนั้นก็สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างเป็นระบบเช่นกัน โดยผ่านความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นในขณะนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้องค์กรไม่ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งตลอดไป หากแต่จะขึ้นอยู่กับกลุ่มคนที่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนในการบริหารองค์กร ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามความสามารถ ความสนใจและเวลา ทำให้เกิดลักษณะขององค์กรที่เป็น “องค์กรอมตะ” ลูกหลานของผู้ก่อตั้ง หากไม่ต้องการเข้ามาบริหารองค์กรของรุ่นพ่อแม่ หรืออาจมีความสามารถในทางอื่นๆ ก็สามารถที่จะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการบริษัท และว่าจ้างผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการแทนได้

10.ในส่วนประโยชน์ของผู้ลงทุนนั้น นอกจากเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมด้วย เช่น เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) และเงินปันผล เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท