
โซนี่เมินกล่องเซตท็อปบอกซ์
มั่นใจเทคโนโลยีทีวีดิจิตอลพร้อมรับระบบอัด18รุ่นใหม่ลงตลาดแก้เกมยอดวูบ10%
มั่นใจเทคโนโลยีทีวีดิจิตอลพร้อมรับระบบอัด18รุ่นใหม่ลงตลาดแก้เกมยอดวูบ10%
โซนี่เมินผลิตกล่องเซต ท็อป บอกซ์ เน้นลุยทีวีดิจิตอล ส่ง 18 รุ่นรองรับระบบทีวีดิจิตอลกระตุ้นยอดขาย
นายโทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศเปลี่ยนระบบการออกอากาศทีวีจากอะนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในส่วนของบริษัทไม่มีแผนที่จะผลิตกล่องเซต ท็อป บอกซ์ เข้ามาทำตลาดเหมือนกับผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้ารายอื่น
เนื่องจากต้องการผลิตทีวีดิจิตอลจำหน่ายในตลาดอย่างเดียว เพราะมีความชำนาญในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังศึกษาตลาดจากกลุ่มประเทศที่เปลี่ยนระบบการออกอากาศทีวีเป็นดิจิตอล เช่น ญี่ปุ่น พบว่าการชมทีวีดิจิตอลผ่านกล่องเซต ท็อป บอกซ์ ภาพมีความคมชัดน้อยกว่าการชมทีวีที่มีการติดตั้งระบบจูนเนอร์ทีวีดิจิตอลในตัว บริษัทจึงจะเน้นการผลิตทีวีดิจิตอลเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเดียว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจทีวีในปีนี้ ได้เปิดตัวทีวีใหม่ที่มีระบบรองรับระบบการออกอากาศทีวีดิจิตอลเข้าทำตลาดจำนวน 18 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32-65 นิ้ว ราคาขายจะเริ่มต้นที่ 16,990 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับทีวีรุ่นปกติ
“ทีวีดิจิตอลที่บริษัทจะนำเข้ามาหลังการประกาศใช้ระบบทีวีดิจิตอล ขอยืนยันว่าราคาจะไม่มีการปรับขึ้นเหมือนกับคู่แข่ง เพราะบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการผลิตทีวีดิจิตอลมานานถึง 10 ปี ซึ่งนอกจากจะผลิตจูนเนอร์ในตัวให้กับทีวีของโซนี่ ยังผลิตขายให้ผู้ประกอบการในตลาดด้วย” นายโทรุ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมยอดขายทีวีของบริษัทในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ยอมรับว่ามียอดขายลดลง 10% เนื่องจากเป็นช่วงของการเปลี่ยนถ่ายทีวีรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เพื่อนำเข้ามาทำตลาด ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ชะลอการซื้อทีวี เพราะต้องการรอความชัดเจนการประกาศใช้ทีวีดิจิตอล เนื่องจากกังวลว่าทีวีที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับระบบดิจิตอล
ประกอบกับปีที่ผ่านมามีคูปองแทนเงินสดจากภาครัฐเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงทำให้ภาพรวมยอดขายทีวีเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปีนี้
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับภาพรวมตลาดที่มียอดขายลดลงสูงถึง 20% ถือว่าบริษัทมียอดขายลดลงน้อยกว่า ซึ่งหลังจากบริษัททยอยนำทีวีรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้นโดยเติบโต 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้น การที่บริษัทเปิดตัวทีวี 18 รุ่นเข้าทำตลาด และเปิดตัวสินค้ากลุ่มอื่นๆ เช่น กล้อง ไอที และมือถือเข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้งบ 500 ล้านบาทจัดกิจกรรมการตลาด คาดว่าสิ้นปีบริษัทจะมีรายได้รวมเติบโตตามเป้าหมายที่ 10%







