
จี้รัฐปรับกฎหมายรับเออีซี
อุตฯสีชี้ระเบียบล้าสมัยไม่เข้มงวดหวั่นสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าไทย
อุตฯสีชี้ระเบียบล้าสมัยไม่เข้มงวดหวั่นสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าไทย
อุตฯ สีและเคมีจี้รัฐเร่งปรับแก้กฎหมายรับเออีซี กำหนดมาตรฐานสินค้าสกัดของเพื่อนบ้านทะลัก
นางเพชรรัตน์ เอกแสงกุล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในมุมของอุตสาหกรรมสีและเคมีมองว่าส่งผลดีต่อการค้าเพราะมีตลาดใหญ่ขึ้น รวมถึงเป็นแหล่งการลงทุนสำคัญ แต่ในทางกลับกันประเทศไทยมีกฎหมายที่ค่อนข้างล้าสมัย ไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ และไม่มีมาตรฐานสินค้าที่เข้มงวด
ทั้งนี้ มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมของไทยมีจำกัด ทำให้มีความเสี่ยงที่สินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย
ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เช่น ประเทศเวียดนาม ซึ่งไม่มีห้องทดสอบมาตรฐานสินค้าของตัวเอง แต่ได้กำหนดให้สินค้าเคมีภัณฑ์ เช่น สีย้อม ที่จะส่งเข้าไปขายในเวียดนามต้องมีใบรับรองผ่านการตรวจสอบจากต่างประเทศ ขณะที่ไทยอนุญาตให้นำสินค้าจากประเทศที่ไม่มีห้องทดสอบสินค้ามาขายได้ โดยไม่ต้องมีใบรับรอง
“สีย้อมมีปัญหามาก เอกชนพยายามผลักดันให้ไทยจัดทำมาตรฐานสีย้อม ซึ่งตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านผลิตสีย้อมราคาถูกส่งมาขายในไทย และสีเหล่านี้ก็ถูกนำไปใช้ในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือโอท็อป ซึ่งเป็นสีที่อันตราย สีเหล่านี้เมื่อผลิตแล้วไม่สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้เพราะไม่ได้มาตรฐาน มีเพียงไทยที่รับมาใช้ และเมื่อเปิดเออีซีก็จะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น” นางเพชรรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ การกำหนดมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการต่างประเทศที่ต้องการผลิตสินค้าตามมาตรฐานไทย ก็ไม่มีการออกข้อกำหนดเป็นภาษาอังกฤษให้ต่างชาติปฏิบัติ ซึ่งภาคเอกชนได้เรียกร้องมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นางเพชรรัตน์ กล่าวต่อว่า การเปิดเออีซีจะสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพมากในอุตสาหกรรมนี้ การไปลงทุนในต่างประเทศต้องพิจารณาจากฐานลูกค้าเป็นหลัก
ทั้งนี้ แนะนำว่าผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อม ศึกษาวิธีการ และวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละประเทศให้ดี เพราะทุกอย่างต้องคิดเป็นต้นทุนการผลิต รวมถึงมาตรฐาน ข้อบังคับในการผลิตสินค้า เพราะสินค้าเคมีและสีส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานการผลิตกำหนดไว้และต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงให้ทัน อย่าหวังการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ







