
พื้นที่ที่หายไป
ใครๆ ก็รู้ว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ “เมียนมาร์” ซึ่งเนื้อหอมสุดๆ ในห้วงเวลานี้
ใครๆ ก็รู้ว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ “เมียนมาร์” ซึ่งเนื้อหอมสุดๆ ในห้วงเวลานี้
การเปิดประเทศของเมียนมาร์จึงเกิดขึ้นท่ามกลางคลื่นของความเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่ ที่เตรียมจะถาโถมเข้าหาประเทศที่ยังบริสุทธิ์แห่งนี้
ในด้านหนึ่ง การเปิดประเทศและก้าวสู่เส้นทางประชาธิปไตย ทำให้เมียนมาร์สามารถพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของผู้คนหลังจากที่ปิดตัวเองมานาน และถูกคว่ำบาตรจนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับประชาคมโลก
จริงอยู่ที่ผู้คนบางส่วนได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศจนมีฐานะร่ำรวย ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากกว่ายุครัฐบาลทหาร สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และมีโอกาสที่จะขยับสถานะของตัวเองมากขึ้น
แต่อีกด้านของเหรียญ พื้นที่ของคนเล็กคนน้อยก็กำลังถูกเบียดเบียนจากความเจริญที่เข้ามา
น่าสนใจว่า วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนเมียนมาร์คล้ายๆ กับไทย ที่ชีวิตส่วนหนึ่งอิงกับสังคมริมฟุตปาท ซึ่งอุดมไปด้วยร้านรวงจำนวนมาก และสร้างรายได้ให้กับคนตัวเล็กตัวน้อย
ในเมียนมาร์ หลายคนคุ้นเคยกับร้านชากาแฟ บนถนน Bogyoke Aung San Road ย่านธุรกิจกลางนครย่างกุ้ง ที่เคยใช้ฟุตปาทเป็นพื้นที่ให้บริการลูกค้าที่หลงรักกาเฟอีนและมิตรภาพ
ชีวิตสังคมของคนส่วนใหญ่ในย่างกุ้งเกิดขึ้นที่ร้านรวงริมถนนเหล่านี้ ซึ่งเป็นที่พบปะเพื่อนฝูง แลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง และแม้แต่ติดต่อธุรกิจ
ทว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เทศบาลนครย่างกุ้งจ้างคนงานระดมกำลังขุดทางเท้า เพื่อลดความกว้างของฟุตปาทลงราว 2 ใน 3 และโค่นต้นไม้เล็กๆ พร้อมกับตีเส้นสำหรับจอดรถบนพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้นั่งจิบชาละเลียดกาแฟ และวางขายสินค้าสารพัด
เจ้าของร้านกาแฟรายหนึ่ง บอกว่า เป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะคนเมียนมาร์เคยนั่งหย่อนใจอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถูกหักโค่นไป
ที่จริงแล้ว ย่านใจกลางย่างกุ้งไม่ได้รับการพัฒนามากนักในช่วงที่ทหารปกครองตลอดหลายสิบปี อาคารพาณิชย์ 48 ชั้น อยู่เคียงกับแผงขายสินค้าของชาวบ้าน ตั้งแต่แผงขายหมากพลู หนังสือพิมพ์ ไปจนถึงร้านขายน้ำอ้อย ที่อยู่ร่วมกับคนเดินถนนอย่างลงตัว
สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นที่ทางเท้าในย่างกุ้งเต็มไปด้วยชีวิตชีวามากที่สุดแห่งหนึ่ง และอยู่คู่สังคมเมียนมาร์มาอย่างยาวนาน
กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นในย่างกุ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของเมียนมาร์ รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาร์พยายามผ่อนคลายกฎระเบียบที่เข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ จึงส่งผลให้ท้องถนนของย่างกุ้งเต็มไปด้วยรถยนต์ และทำให้การจราจรติดขัดมากเป็นครั้งแรกในรอบนับสิบปี
คนใช้รถใช้ถนนต่างก็บ่นถึงเวลาในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นมาก รวมไปถึงต้องแย่งกันหาพื้นที่สำหรับจอดรถที่หายากหาเย็น
คณะกรรมาธิการพัฒนาเมืองย่างกุ้งก็พยายามจะแก้ปัญหาการจราจรแออัดที่เกิดขึ้น และเน้นไปที่การขยายถนนให้กว้างขึ้น โดยพุ่งเป้าที่ถนนย่านใจกลางเมือง อย่างถนน Bogyoke Aung San Road รวมถึง Merchant Street และ Bo Aung Kyaw Street
การขยายถนนบีบให้ร้านค้าบนฟุตปาท และบรรดาหาบเร่แผงลอย ถูกยึดพื้นที่ไปเป็นที่จอดรถ
ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มพื้นที่จอดรถในบริเวณถนนเส้นอื่นๆ ตามมา เพราะทางการย่างกุ้งระบุว่า มีแผนจะขยายถนนอีก หากได้รับงบประมาณเพิ่มเติม
“ลูซี่ มัสเกรฟ” ผู้อำนวยการพับลิกา ที่ปรึกษาด้านการออกแบบเมือง มองว่า การให้ความสำคัญกับรถยนต์มากกว่าคนเล็กคนน้อย อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นเมืองของย่างกุ้ง
และเมื่อเพิ่มพื้นที่ถนน ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้จำนวนรถเพิ่มขึ้น หากตัดสินใจทำลายชีวิตริมฟุตปาทเหมือนที่เมืองใหญ่หลายแห่งในโลกทำ การจะทำให้กลับมาเหมือนเดิมก็เป็นเรื่องยาก
ดอว์ ซู ซู เจ้าของแผงขายหนังสือพิมพ์บนถนน Merchant Street กล่าวว่า เธอโชคดีที่ไม่โดนไล่ที่ แต่เพื่อนๆ หลายคนถูกบีบให้ต้องย้ายไปขายของในบริเวณอื่นที่เงียบกว่าเดิม สำหรับคนจนๆ แล้ว นี่ทำให้หาซื้ออาหารและทำมาหากินได้ลำบาก แต่สำหรับคนรวยๆ พวกเขาจะมีที่จอดรถเพิ่มขึ้น







