
แนะสถาปนิกเลิกฟรีแลนซ์
หนุนตั้งบริษัทรับแข่งขันยุคตลาดเสรีชูจุดเด่นน่าเชื่อถือเพิ่มความมั่นคง
หนุนตั้งบริษัทรับแข่งขันยุคตลาดเสรีชูจุดเด่นน่าเชื่อถือเพิ่มความมั่นคง
สภาสถาปนิกแนะผู้ประกอบวิชาชีพเลิกทำฟรีแลนซ์ หันตั้งบริษัทรับตลาดเสรี
นายดวงฤทธิ์ บุนนาค ประธานอนุกรรมการด้านการต่างประเทศ สภาสถาปนิก กล่าวว่า แม้ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (MRA) ของวิชาชีพสถาปนิก จะเปิดโอกาสให้สถาปนิกประเภทสามัญสถาปนิกและวุฒิสถาปนิกทุกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ เช่น มีผลงานเด่นชัดด้านสถาปัตยกรรมไม่ต่ำกว่า 2 ปี สามารถขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกอาเซียนและไปประกอบวิชาชีพร่วมกับสถาปนิกชาติอื่นในอาเซียนได้ แต่กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) จะเสียโอกาสมากกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือและความมั่นคง
“หากเปรียบเทียบกับสถาปนิกชาติอื่นในระดับเดียวกัน สิงคโปร์และมาเลเซียไม่มีฟรีแลนซ์เลย ต่อให้มีคนน้อยแค่ไหน ทุกคนก็ยังรวมกลุ่มจดทะเบียนทำงานในรูปแบบบริษัท ใน MRA ระบุให้สถาปนิกต่างชาติต้องทำงานร่วมกับสถาปนิกท้องถิ่น เวลาเข้ามาเขาก็ย่อมอยากได้บริษัทระดับเดียวกันร่วมงานด้วย ดังนั้น คนที่เป็นฟรีแลนซ์จะเสียเปรียบแน่”
นอกจากนี้ เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ขนาดงานและปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น และกลายเป็นตัวบีบให้สถาปนิกในทุกระดับต้องปรับตัวโตตาม เช่น บริษัทขนาดเล็กที่เดิมมีพนักงานไม่ถึง 10 คน ก็จะปรับเพิ่มเป็น 1012 คน บริษัทขนาดกลางใหญ่ขึ้นจาก 30 คนเป็น 4060 คน และบริษัทขนาดใหญ่ปรับเพิ่มจาก 100 คนเป็น 200 คน กลุ่มฟรีแลนซ์จึงควรหันมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเองแทน
การตั้งเป็นบริษัทยังช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพมากกว่าด้วย เนื่องจากผู้ประกอบวิชาชีพแทบทุกคนมีโอกาสถูกฟ้องร้องจากการทำงาน หากยังเป็นฟรีแลนซ์ก็เปรียบเหมือนยื่นขาข้างหนึ่งไปไว้ในคุกแล้ว แต่หากทำในรูปแบบของบริษัท บริษัทก็จะเป็นผู้รับผิดชอบแทน จึงมีความมั่นคงปลอดภัยกว่า ส่วนเรื่องการเสียภาษี ฟรีแลนซ์ก็เสียมากกว่า เพราะไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายใดๆ ได้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มการเป็นสถาปนิกฟรีแลนซ์จะยังไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากวัฒนธรรมและลักษณะนิสัยของคนไทย ยังคงชอบความสะดวก รวดเร็ว หลายคนจึงยังเลือกเป็นฟรีแลนซ์
นายดวงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากการปรับตัวเป็นบริษัทแล้ว สถาปนิกไทยยังต้องปรับปรุงทักษะในการนำเสนอผลงานของตัวเองด้วย สังเกตว่าสถาปนิกสิงคโปร์จะมีทักษะการนำเสนอดี จูงใจลูกค้า เป็นที่ยอมรับในระดับสากล หากสถาปนิกไทยนำเสนอได้ดี ประกอบกับทักษะที่มีอยู่แล้วจะช่วยให้มีโอกาสมากขึ้นในประชาคมอาเซียน







