
"กรีนซิตี้" ทางออกปศุสัตว์
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
เกษตรและปศุสัตว์ไทยต้องเจอความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและความต้องการอาหารของโลกอาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหารที่ต้องเตรียมรับมือ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้เตรียมพร้อมเดินหน้าโครงการกรีนซิตี้ เพื่อพัฒนาปศุสัตว์ไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางสายพันธุ์ปศุสัตว์ในภูมิภาคอาเซียน
ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงมีแผนการดำเนินโครงการกรีนซิตี้ เพื่อพัฒนาด้านการผลิตภาคการเกษตรให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ที่ต้องทำให้เกิดฟาร์มปศุสัตว์ที่ไม่มีของเสียหรือมีของเสียให้เหลือน้อยที่สุดผ่านกระบวนการจัดการภายในฟาร์ม เช่น บำบัดของเสีย ลดกลิ่นและแมลง หรือนำของเสียไปใช้ผลิตก๊าซธรรมชาติหรือปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้
อย่างไรก็ดี กระทรวงได้เสนอของบประมาณในปีงบประมาณปี 2557 กว่า 700 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการโครงการกรีนซิตี้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสายพันธุ์ปศุสัตว์ระดับภูมิภาคอาเซียน โดยกรมปศุสัตว์จะต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ปศุสัตว์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคปศุสัตว์ไทยในอนาคต
ด้าน เอนก บุญหนุน กรรมการผู้จัดการเขตประเทศไทยและเขตแอฟริกา เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ให้มุมมองถึงแนวโน้มตลาดปศุสัตว์ในอนาคตว่า ธุรกิจสีเขียวจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ผลิตจะต้องยึดถือ เนื่องจากสภาพสังคมของโลกจะเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การขยายตัวของเมืองเร็วขึ้น ขณะที่ขนาดครอบครัวกลับเล็กลง ทำให้การบริโภคเพื่อสุขภาพมีบทบาทมากขึ้น
สำหรับความท้าทายในการผลิตปศุสัตว์ของภาคเอกชนอยู่ที่พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้ในการเพาะปลูกพืชไร่ (ข้าวโพด) เพื่อการปศุสัตว์ของไทยปัจจุบันมีเพียง 10% เท่านั้น และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เพราะมีพืชชนิดอื่นมาแย่งพื้นที่ปลูก ดังนั้นจึงต้องมีการจัดทำโซนนิ่ง และการขยายโรงงานใหม่ทำได้ยากขึ้น เพราะต้องผ่านการประชาพิจารณ์ด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วย
นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มขาดแคลนและเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะแห้งแล้งและน้ำมันแพง ซึ่งจะเห็นบ่อยขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาแรงงานขาดแคลนและค่าแรงที่สูงขึ้น และโรคระบาดในปศุสัตว์เข้ามาอีก
อย่างไรก็ดี ทางออกที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั้น จะต้องขยายฐานการผลิตให้กว้างขึ้น เพื่อหาแหล่งผลิตให้หลากหลาย รวมทั้งการทำธุรกิจที่มีความครบวงจรมากขึ้น
ที่สำคัญผู้ประกอบการปศุสัตว์จะต้องมีการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยเน้นสร้างความปลอดภัยให้สินค้า เพราะต่อไปจะมีผลต่อการผลิตและความเชื่อมั่นผู้บริโภค







