posttoday
เปิดโลกการลงทุนของ "ศศิกาญจน์"

เปิดโลกการลงทุนของ "ศศิกาญจน์"

03 พฤษภาคม 2556

“ศศิกาญจน์ ตันธนสิน” หรือ “พลอย” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ลูกสาวคนโตวัย 27 ปี ของ “พูลพิพัฒน์ ตันธนสิน” ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานบิดาในบริษัทเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ด้านการตลาดและการลงทุนต่างประเทศของบริษัท

“ศศิกาญจน์ ตันธนสิน” หรือ “พลอย” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ลูกสาวคนโตวัย 27 ปี ของ “พูลพิพัฒน์ ตันธนสิน” ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานบิดาในบริษัทเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ด้านการตลาดและการลงทุนต่างประเทศของบริษัท

ย้อนไปเมื่อวัยเด็ก “พลอย” เล่าว่า เธอเป็นคนหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจและปลูกฝังจากคุณแม่ให้เก็บเงินเพื่อนำไปฝากธนาคารด้วยตนเอง

โตขึ้นมาระดับมัธยมก็เริ่มขยับซื้อสลากออมสิน ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงน้อยมาก และพอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยก็เริ่มเป็นกองทุนรวม

“จริงๆ พลอยก็จะปรึกษาคุณแม่ตลอดโดยเฉพาะที่เริ่มมีการเปลี่ยนหรือเพิ่มการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ บวกกับตัวเองก็รู้สึกสนุกและท้าทายกับการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็จะมีระดับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน”

ตอนเริ่มซื้อกองทุนรวมก็เพราะเห็นคุณแม่ลงทุนอยู่แล้ว และเราเดินเข้าออกธนาคารเพื่อไปฝากเงิน ก็จะหยิบแผ่นโบรชัวร์กองทุนมาศึกษาเองด้วย ไม่เข้าใจอะไรก็ถามคุณแม่ แต่ส่วนใหญ่พลอยจะเป็นคนตัดสินใจลงทุนเองในทุกอย่าง ซึ่งก็สอดคล้องกับที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลองลงทุนด้วยตัวเอง

จากนั้น “พลอย” ก็เริ่มเข้าสู่การลงทุนในหุ้นโดยเปิดพอร์ตไว้สักพักก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย ระหว่างนั้นก็สามารถปรับพอร์ตได้ เพราะเป็นการซื้อขายหุ้นทางอินเทอร์เน็ต โดยหุ้นส่วนใหญ่ที่เธอเลือกเก็บจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (บลูชิป) อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานทดแทนราคาหุ้นยังไม่สูงแต่มั่นใจว่าอนาคตจะมีการเติบโตและให้อัตราผลตอบแทนที่สูง กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

เธอบอกว่า เพราะมีการลงทุนอิสระมาตั้งแต่เด็กๆ พร้อมกับได้รับคำแนะนำจากคุณพ่อคุณแม่และพี่ๆ ในธนาคารพาณิชย์ที่เห็นเราไปฝากเงินตั้งแต่เด็กๆ ก็จะนำข้อมูลมาศึกษาพร้อมกับปรึกษาพี่ๆ เขา และหาข้อมูลเพิ่มจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต อ่านข่าวจากที่ต่างๆ หรือพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่มีการลงทุนเหมือนกันซึ่งจะช่วยเราได้มุมมองที่เพิ่มขึ้น เพราะเธอเชื่อว่าคนเรามีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน จากนั้นก็เอามาสังเคราะห์และตัดสินใจเองว่าจะลงทุนตัวนั้นหรือไม่

ปัจจุบันขนาดพอร์ตลงทุนมาจากหุ้นประมาณ 6070% กองทุนรวม 2030% และทองคำ 10% ซึ่งอัตราผลตอบแทนแฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1020% ซึ่งบางตัวก็เคยได้รับผลตอบแทนถึง 190% ขณะที่ในพอร์ตหุ้นจะมีหุ้นทั้งหมดไม่เกิน 10 ตัว ทางกลับกันหากราคาหุ้นตัวไหนราคาปรับลงถึง 1020% เธอก็พร้อมที่จะขายทำกำไรเพื่อตัดขาดทุน (สต็อปลอส) ซึ่งถ้าหุ้นพื้นฐานยังดีมองเห็นการเติบโต ก็จะเข้าซื้อใหม่เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกกว่า

ความสำเร็จของเธอก็น่าจะเป็นตัวอย่างให้เห็นได้อย่างดีว่า หากรู้จักออมตั้งแต่เด็กแล้วเลือกการลงทุนปล่อยให้เงินได้ทำงาน เงินก็จะงอกเงยให้เห็นดอกและผลได้ไม่ยาก เพราะจากเงินต้นในหลักแสนบาทก็มีเงินเป็นหลักถึง 13 ล้านบาทได้ด้วยเงินเก็บของตัวเองภายใน 4 ปีซึ่งแม้เธอบอกว่าจะมาเริ่มต้นได้ถูกจังหวะที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้นก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าหากเริ่มเก็บออมก่อนและรู้จักเลือกวิธีให้เงินทำงาน ทุกคนก็มีโอกาสได้เหมือนเธอเช่นกัน

“พลอย” มองว่า การลงทุนไม่ใช่เรื่องยากหรือเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้วยิ่งสมัยนี้การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่ายมาก และคนรุ่นใหม่ก็เริ่มตื่นตัวและเริ่มสนใจการลงทุนมากขึ้น ถ้าไม่เริ่มตอนนี้อาจจะเสียโอกาสในการลงทุนได้ อย่าไปรอว่าต้องพร้อม หรือไม่กลัว มีน้อยก็เริ่มน้อย เพราะถ้าเรารอก็จะไม่รู้เมื่อไรว่าตัวเองพร้อม

เธอจบปริญญาโทด้านการตลาดที่ Griffith University ที่ออสเตรเลีย และขอทางบ้านเรียนทำขนมก่อน 1 ปี จนได้ Certificate III in Hospitality (Commercial Cookery) at Carrick Education พ่วงมาด้วย

นับว่าเป็นสตรีที่เพียบพร้อมเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี