
เทคนิคลงทุนง่ายๆ ให้มั่งคั่ง
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : ช่วงนี้ตลาดหุ้นผันผวนเหลือเกิน ไม่รู้จะซื้อ ถือ หรือขาย งงไปหมดเลย
โนฮาว : ถ้าเป็นแบบนี้ วิธีที่ดีและไม่ทำให้เจ็บตัว คือ Wait and See หรือคอยแล้วจับตาดู แต่ถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาว บอกว่าเป็นจังหวะที่ดีในการหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง หรือหาหุ้นปันผลลงทุน
ปูกะตอย : แล้วถ้าเป็นนักลงทุนมือใหม่ๆ พึ่งเข้ามาจะทำยังงัย เพราะใครๆ คิดว่าหุ้นลงทุนได้ไม่ยาก แต่เอาเข้าจริงๆ โดยเฉพาะใครที่ไม่มีพื้นฐานในการลงทุน เจ็บตัว
โนฮาว : ง่ายมากๆ คือพอดีไปอ่านเจอที่ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล กสิกรไทย
ปูกะตอย : บอกว่างัย
โนฮาว : ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าในแต่ละปีต้องการผลตอบแทนเท่าไร และยอมรับผลขาดทุนแค่ไหน จากนั้นก็สร้างวินัยการลงทุน เช่น เมื่อถึงเป้าหมายก็ต้องขายทำกำไร และเมื่อถึงจุดตัดขาดทุนก็ต้องขาย
ปูกะตอย : ดูง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีใครทำเลย
โนฮาว : ถัดมาหลายๆ คนลืมไปว่าหุ้นนั้นไม่สามารถลงทุนได้ตลอด ดังนั้นก็ต้องดูจังหวะด้วยว่าช่วงสภาวะเป็นแบบนี้ควรลงทุนอะไร เช่น ถ้าเศรษฐกิจดีๆ กำลังโต ก็ต้องลงทุนหุ้นหรือน้ำมัน แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องลงทุนตราสารหนี้ หรือถ้าดอกเบี้ยมีทิศทางเป็นขาขึ้น ต้องหันไปลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นหรือทองคำ แต่ถ้าดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นขาลง หันไปลงทุนตราสารหนี้ระยะยาว หรือหุ้นแทน
ปูกะตอย : ถ้าลงทุนแล้วขาดทุน ทำงัย
โนฮาว : ถ้าใครเป็นนักลงทุนระยะสั้น ก็ต้องทำการตัดขาดทุน คือ ต้องมีวินัยในการลงทุน
ปูกะตอย : ถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาวล่ะ ทำงัย
โนฮาว : ถ้าใครเป็นนักลงทุนระยะยาว ถ้าตลาดปรับลดลงมาก็ต้องซื้อถัวเฉลี่ยเพื่อให้ต้นทุนปรับลดลง แต่ถ้าใครลงทุนผ่านกองทุนรวม ก็ควรจะใช้การลงทุนแบบสม่ำเสมอ หรือรู้จักดีว่า Dollar Cost Average แต่ถ้าใครลงทุนในหุ้นก็ใช้วิธี Value Averaging เพื่อช่วยเฉลี่ยต้นทุน แต่ต้องดูดีๆ นะว่าหุ้นที่เราลงทุนไปนั้น ในระยะยาวจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
ปูกะตอย : Dollar Cost Average เข้าใจ แต่ Value Averaging คืออะไร
โนฮาว : Value Averaging เป็นการควมคุมพอร์ตลงทุนให้เท่ากันสม่ำเสมอ ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะให้พอร์ตเพิ่มขึ้นในแต่ละงวดเท่าไร เช่น อยากให้พอร์ตเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 หมื่นบาท ดังนั้นในเดือนแรกลงทุน 1 หมื่นบาท แต่เดือนถัดไปตลาดหุ้นปรับลดลง ทำให้พอร์ตลดลงเหลือ 9,000 บาท ดังนั้นในเดือนถัดไปก็ต้องลงทุน 1.1 หมื่นบาท เพื่อให้ยอดเงินในพอร์ตเป็น 2 หมื่นบาท แต่ถ้าเดือนที่ 3 ตลาดหุ้นกลับปรับขึ้น ทำให้เงินในพอร์ตของเราเพิ่มเป็น 3.5 หมื่นบาท เราก็ไม่ต้องซื้อเพิ่ม แถมต้องขายทำกำไรออกมา 5,000 บาท ซึ่งจะทำให้พอร์ตลงทุนมีมูลค่าตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ คือ งวดละ 1 หมื่นบาทนั่นเอง
ปูกะตอย : ง่ายๆ แบบนี้ นักลงทุนมือใหม่ทำได้สบาย งั้นวันนี้ขอตัวนะ บ๊าย บาย







