posttoday
PYLON คาดจะ Turnaround ในปีนี้

PYLON คาดจะ Turnaround ในปีนี้

03 พฤษภาคม 2556

สัปดาห์นี้จะยังขอพูดถึงหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐต่อเนื่องนะคะ แม้ว่าเม็ดเงินจะยังไม่เข้ามาในปีนี้เพราะสภาเพิ่งจะผ่านการพิจารณาในวาระแรก ยังเหลือวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งจะพิจารณาในเดือน ส.ค.นี้ และกว่าจะจัดทำ TOR (Term of Referenceข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง) และจัดการประมูล อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่เพียงแค่รัฐบาลพูดว่าจะลงทุน ก็นับว่าสร้างบรรยากาศให้กับการลงทุนภาคเอกชนได้พอควร สัปดาห์นี้จึงขอแนะนำผู้ประกอบการฐานรากที่รับงานทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชน (คอนโดมิเนียม) มากกว่า คือ PYLON ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นตลาดของผู้ขายเพราะผู้ประกอบการเสาเข็มเจาะมีจำนวนจำกัด และงานฐานรากเป็นงานที่มีอายุสั้น จึงรับรู้รายได้ได้เร็วและปรับต้นทุนได้เร็ว FSS คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2556 นี้จะเติบโตถึง 79% เป็น 114.9 ล้านบาท จากงานที่มีมากและการควบคุมต้นทุนดีขึ้น คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขาย 8.8% สูงสุดในรอบหลายปี เราประเมินราคาเป้าหมาย 8.50 บาท

สัปดาห์นี้จะยังขอพูดถึงหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐต่อเนื่องนะคะ แม้ว่าเม็ดเงินจะยังไม่เข้ามาในปีนี้เพราะสภาเพิ่งจะผ่านการพิจารณาในวาระแรก ยังเหลือวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งจะพิจารณาในเดือน ส.ค.นี้ และกว่าจะจัดทำ TOR (Term of Referenceข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง) และจัดการประมูล อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่เพียงแค่รัฐบาลพูดว่าจะลงทุน ก็นับว่าสร้างบรรยากาศให้กับการลงทุนภาคเอกชนได้พอควร สัปดาห์นี้จึงขอแนะนำผู้ประกอบการฐานรากที่รับงานทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชน (คอนโดมิเนียม) มากกว่า คือ PYLON ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นตลาดของผู้ขายเพราะผู้ประกอบการเสาเข็มเจาะมีจำนวนจำกัด และงานฐานรากเป็นงานที่มีอายุสั้น จึงรับรู้รายได้ได้เร็วและปรับต้นทุนได้เร็ว FSS คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2556 นี้จะเติบโตถึง 79% เป็น 114.9 ล้านบาท จากงานที่มีมากและการควบคุมต้นทุนดีขึ้น คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขาย 8.8% สูงสุดในรอบหลายปี เราประเมินราคาเป้าหมาย 8.50 บาท

ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและการก่อสร้างของเอกชนที่มีจำนวนมาก

PYLON เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ การขยายการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการก่อสร้างบ้านและคอนโดมิเนียมที่มีมากอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณงานมีเป็นจำนวนมากและยังมากต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 3 ปี (เม็ดเงินลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐจะเริ่มเบิกจ่ายได้อย่างเร็วที่สุดคือปลายปีนี้ การลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในปี 2557-2558 ส่วนผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมในปัจจุบันเริ่มขยายออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น) ภาวะอุตสาหกรรมในปัจจุบันถือเป็นตลาดของผู้ขาย เพราะผู้ประกอบการเสาเข็มเจาะมีจำนวนจำกัด การแข่งขันถือว่าน้อยมาก บริษัทอยู่ในฐานะที่สามารถเลือกลูกค้าและปรับราคาขายได้ง่ายกว่าในอดีต เนื่องจาก 70-80% ของลูกค้าของ PYLON ในปัจจุบันเป็นภาคเอกชน และส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการบ้านและคอนโดมิเนียม งานเสาเข็มถือเป็นงานฐานราก อายุงานค่อนข้างสั้น ทำให้สามารถรับงานได้หลายรอบใน 1 ปี และปรับต้นทุนได้ค่อนข้างเร็ว

Backlog สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ภาวะตลาดเป็นของผู้ขาย

งานในมือสิ้นปี 2555 อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,200 ล้านบาท จาก 23 ปีก่อนที่มีงานในมือสิ้นปีประมาณ 9001,000 ล้านบาท ทั้งนี้ 91% หรือ 1,100 ล้านบาทของงานในมือจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ ผู้บริหารจึงได้ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาทในปี 2556 แต่เราเชื่อว่าน่าจะทำได้สูงกว่านั้นโดยคาด 1,300 ล้านบาท เพราะงานเสาเข็มเป็นงานระยะสั้นเฉลี่ย 12 เดือน ทำให้สามารถทำรอบได้ และด้วยปริมาณงานที่มีมาก เราเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่สดใสของ PYLON

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในปีก่อน ไม่น่าเกิดขึ้นอีก

อันที่จริงปี 2555 ควรจะเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัทเพราะตั้งแต่หันมารับงานภาคเอกชน (ลูกค้าหลักคือกลุ่มผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม) มากกว่างานก่อสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ ทำให้รับรู้รายได้ได้เร็วขึ้นและบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า เห็นได้จากรายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ 1,089.9 ล้านบาทในปีก่อน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า แต่ผลกระทบของการขึ้นค่าแรงมีมากกว่าที่ผู้บริหารคาด ประกอบกับงานที่บริษัทลูกรับไว้ขาดทุน จึงต้องตั้งสำรอง 18 ล้านบาท และตั้งสำรองหนี้เสียอีกจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้มีกำไรสุทธิเพียง 64.2 ล้านบาท ลดลง 15% แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป บริษัทจะมีกำไรปกติ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ใกล้เคียงกับเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ 100 ล้านบาท

ปี 2556 เป็นปีที่ Turnaround และดีที่สุดของ PYLON

รายได้ที่เราคาด 1,300 ล้านบาทในปีนี้ (เพิ่ม 20% จากปีก่อน)และกำไร 115 ล้านบาท น่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างมากเพราะงานในมือส่วนใหญ่เป็นงานที่รับเฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าวัสดุ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง และคาดว่าจะมีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไป เพื่อสะท้อนค่าแรงและค่าวัสดุที่เพิ่มขึ้น ส่วนผลขาดทุนของบริษัทลูกไม่น่าเกิดขึ้นอีกเพราะตั้งสำรองเผื่อไว้หมดแล้ว เราจึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 12 ปีนี้ที่ระดับ 15.315.5% และอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ที่ 8.58.8% ดีเกือบที่สุดตั้งแต่เข้าตลาดฯ นอกจากนี้ ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง มีหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.7 เท่า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ