
เอสเอ็มอีเวียดนามเข็นไม่ขึ้น
ผลวิจัยชี้ธุรกิจขนาดเล็กไม่เติบโตกูรูเตือนกระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้ยาก
ผลวิจัยชี้ธุรกิจขนาดเล็กไม่เติบโตกูรูเตือนกระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้ยาก
รายย่อยเวียดนามขยับชั้นสู่ธุรกิจขนาดกลางไม่ไหว ตะลึงรอบ 10 ปี เอสเอ็มอีหน้าใหม่ปิดตัวมากกว่าครึ่ง
บรรดานักเศรษฐศาสตร์ในเวียดนามออกโรงเตือนว่า ธุรกิจขนาดเล็กของเวียดนามกำลังประสบปัญหาไม่สามารถเติบโตขึ้นไปเป็นธุรกิจขนาดกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศได้ หลังจากที่สถาบันกลางด้านการจัดการเศรษฐกิจ (ซีไออีเอ็ม) เปิดเผยรายงานล่าสุดพบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จำนวนมาก ได้ลดขนาดธุรกิจลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ซีไออีเอ็มเปิดเผยรายงานสำรวจธุรกิจขนาดเล็ก 1,999 แห่ง ว่า ในปี 2552-2554 มีเอสเอ็มอี 133 แห่งที่ปรับลดขนาดทางธุรกิจลงมา โดยมีเพียง 31 รายเท่านั้นที่สามารถเติบโตขึ้นไปเป็นธุรกิจขนาดกลางได้
ขณะที่หอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (วีซีซีไอ) เปิดเผยรายงานทางธุรกิจประจำปี 2555 ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีธุรกิจหน้าใหม่ผุดขึ้นทั่วประเทศมากถึง 7 แสนราย ทว่ากลับมีธุรกิจที่สามารถอยู่รอดจนถึงช่วงต้นปีนี้เพียง 3 แสนรายเท่านั้น ขณะที่จำนวนเฉลี่ยของพนักงานในบริษัทเหล่านี้ยังลดลงมากกว่าครึ่ง
วีซีซีไอระบุด้วยว่า ในบรรดาธุรกิจขนาดเล็กราว 4,600 แห่งที่ตั้งขึ้นในปี 2545 นั้น 2 ใน 3 ของบริษัทเหล่านี้ยังคงมีขนาดทางธุรกิจเท่าเดิมในช่วง 10 ปีมานี้ โดยมี 30% เท่านั้นที่สามารถเติบโตขึ้นได้เล็กน้อย และมีบริษัทในสัดส่วนเพียง 2% ที่สามารถขยับชั้นขึ้นไปสู่บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรได้นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่ใช่ของรัฐบาล โดยเพิ่มขึ้นเป็น 42% ในปี 2553 จากเดิมที่มีไม่ถึง 30% ในปี 2545-2553
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายไม่มีความตั้งใจที่จะขยายขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น เนื่องจากไม่คาดหวังการสนับสนุนจากรัฐ ในขณะที่บางรายกล่าวว่าธุรกิจขนาดเล็กนั้นสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ง่ายกว่าธุรกิจขนาดใหญ่







