
หุ้นขนาดกลางเจ๋ง
งบการเงินก่อนสอบทานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดไตรมาสแรกของปี 2556 เพิ่งผ่านพ้น ขณะนี้ผู้ลงทุนคงเฝ้ารอดูหน้าค่าตางบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอื่นๆ ซึ่งใกล้จะคลอดออกมาให้ได้เห็น
งบการเงินก่อนสอบทานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดไตรมาสแรกของปี 2556 เพิ่งผ่านพ้น ขณะนี้ผู้ลงทุนคงเฝ้ารอดูหน้าค่าตางบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอื่นๆ ซึ่งใกล้จะคลอดออกมาให้ได้เห็น
ฝ่ายวิจัยของ บล.ไทยพาณิชย์ ได้คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานธุรกิจปกติของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556 นี้ จะเติบโตสูงถึง 32% และกำไรสุทธิจะเติบโต 23%
ในกลุ่มอาหารประเมินว่ากำไรสุทธิมีการเติบโตสูงสุดถึง 178% ตามด้วยกลุ่มขนส่งคาดว่าจะโต 83% และท่องเที่ยวคาดว่าจะโต 50%
เริ่มต้นปี 2556 ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวนมาก โดยมีแรงส่งเชิงบวกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2555 ดันให้ดัชนีหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,598.9 จุด เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ก่อนจะปรับฐานลงแรงถึง 7% ในช่วงปลายเดือน มี.ค.ทำให้ผลตอบแทนของหุ้นไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ลดหายไปครึ่งหนึ่ง
การปรับตัวลดลงของตลาดรอบนี้เป็นผลของ “Snowball Effect” Valuation ของหุ้นค่อนข้างตึงตัวแล้วโดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กและกลาง โดยมีหุ้นบางตัวราคาปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในเวลาเพียง 2 เดือน ความผันผวนระหว่างวันของตลาดหุ้นมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้
ทั้งนี้ คำนวณ SET Index EPS ปี 2555 ได้ที่ 87 บาทต่อหุ้น และนำมาประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ สำหรับหุ้นในการวิเคราะห์ของ บล.ไทยพาณิชย์ มาคำนวณหา SET Index EPS ในปี 2556 ได้ที่ 105 บาทต่อหุ้น และ 119 บาทต่อหุ้น ในปี 2557 สะท้อนถึงประมาณการกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2%
อีกนัยหนึ่งคือ การปรับตัวขึ้นของตลาดที่เราเห็นมาตั้งแต่ต้นปีนี้ทำได้ Trailing PER ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 17.3 เท่าในเดือน ก.พ. Valuation ลักษณะนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ดีก่อนวิกฤตปี 2540
เมื่ออิงกับประมาณการกำไรที่เราปรับปรุงใหม่ เราจึงปรับเป้า SET Index ปี 2556 เพิ่มขึ้นจาก 1,450 จุด สู่ 1,500 จุด ยังคงใช้ พี/อี เป้าหมายที่ 14 เท่า พี/อี เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี การประเมินหาดัชนีหุ้นให้ถูกต้องทำได้ยาก ประโยชน์ของการคาดการณ์เป้าของดัชนีคือ การหาระดับดัชนีอย่างคร่าวๆ ที่คิดว่าตลาดจะปรับตัวตามปัจจัยพื้นฐานและ Sentiment เป้า SET Index ที่ 1,500 จุด หมายความว่าตลาดน่าจะปรับตัวในลักษณะ Sideways นับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้
สำหรับกลยุทธ์ในไตรมาส 2 นี้ คือ ให้ความสำคัญกับ Valuation มากขึ้น นอกเหนือจากการเลือกหุ้นที่มีปัจจัยโดดเด่นเฉพาะตัวแล้ว หุ้นที่ทางฝ่าย บล.ไทยพาณิชย์ แนะนำส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดกลาง เนื่องจากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่เลือก โดยหุ้น Top Picks ซึ่งเทรดที่ พี/อี ปี 2556 เฉลี่ย 12 เท่า ได้แก่
บล.เอเซีย พลัส (ASP) ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ มีแนวโน้มออกมาดีมากพิเศษ ได้รับปัจจัยหนุนจากมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน จำนวนมาก Valuation ดูน่าสนใจโดยเทรดที่ พี/อี ปี 2556 ระดับ 8.8 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 10.2% ในปี 2556
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนขาขึ้นของไทย Valuation ไม่แพง โดยเทรดที่พี/อี ปี 2556 ระดับ 10.4 เท่า และ พี/บีวี ปี 2556 ระดับ 1.33 เท่า
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) คาดว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาสแรกของปีนี้ หลังจากปรับแก้ปัญหาในการดำเนินธุรกิจในปี 2555 อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2556 อยู่ในระดับสูงที่ 6.6%
บริษัท แสนสิริ (SIRI) ยอดขายทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ นอกจากนี้ Valuation ก็ยังต่ำสุดในกลุ่มพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยด้วย โดยเทรดที่ พี/อี ปี 2556 ระดับ 8.9 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 5%
บริษัท การบินไทย (THAI) หุ้น Top Pick ตัวล่าสุดในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพราะราคาหุ้นยัง Laggard มาก และมี Valuation ถูกสุด โดยเทรดที่ พี/อี ปี 2556 ระดับ 13.7 เท่า และ พี/บีวี ระดับ 0.75 เท่า
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ผลประกอบการไตรมาสแรกนี้ จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากผลกระทบของเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อปลายปี 2554 ในขณะที่แผนนำบริษัท ไทยรีประกันชีวิต หรือ THRE Life เข้าจดทะเบียนในตลาดน่าจะกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น







