
ความเร็วสูงระยะยาว (จบ)
สัปดาห์ที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่องความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซียในการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูง และดังที่ทิ้งท้ายเอาไว้ สัปดาห์นี้มาต่อที่เรื่องของบ้านเรากันค่ะ
สัปดาห์ที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่องความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซียในการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูง และดังที่ทิ้งท้ายเอาไว้ สัปดาห์นี้มาต่อที่เรื่องของบ้านเรากันค่ะ
หากวิเคราะห์จากมุมมองของคนที่ได้รับข้อมูลจำกัด เท่าที่ภาครัฐเปิดเผยมา ต้องขอบอกว่าน้อยจริงๆ และเรายังไม่เห็นภาพความเชื่อมโยงกับภูมิภาคและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จะได้รับกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม
เรามีแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 สาย แต่ทั้ง 4 สายก็เชื่อมโยงในประเทศเพียงระยะสั้นๆ เช่น สายกรุงเทพฯนครราชสีมา หรือกรุงเทพฯ หัวหิน ต้องตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วเมื่อไหร่สายดังกล่าวจึงจะเชื่อมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นลาวหรือสิงคโปร์ มาเลเซีย
กล่าวคือ เรายังไม่เห็น Master Plan ระยะยาวซึ่งไม่มีข้อเสนอทางเลือกว่าจะทำแผนที่หนึ่ง สอง สาม หรือสี่ แต่เร่งรัดในการหาเงินมาดำเนินโครงการก่อน
เป้าหมายจำนวนผู้โดยสารในโครงการก็ยังดูเป็นไปได้ยาก เช่น สายกรุงเทพฯหนองคาย ตั้งเป้าผู้โดยสารวันละ 4 หมื่นคน สำหรับรถความเร็วสูงซึ่งเที่ยวหนึ่งขนคนได้ 1,000 คน หมายความว่าต้องวิ่งวันละอย่างน้อย 40 เที่ยว ออกรถไฟทุกครึ่งชั่วโมง แน่นอนว่าความเป็นจริงแต่ละเที่ยวคงไม่มีผู้โดยสารขึ้นจนเต็มขบวน เพราะจะมีผู้โดยสารจากแหล่งใดมาใช้บริการมากถึงขนาดนั้น
ขณะเดียวกันระหว่างที่เราอยากสร้างความเชื่อมโยง ลาวประกาศว่ายังไม่พร้อมสำหรับรถไฟความเร็วสูง ต้องการรถไฟธรรมดามากกว่า สะท้อนกลับมาถึงระดับความพร้อมของแต่ละประเทศ ดิฉันจึงยิ่งเป็นห่วงว่าถ้าลงทุนไปแล้วจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ เรามองเห็นภาพใหญ่ของความเชื่อมโยงระยะยาวแล้วหรือยัง
รถไฟความเร็วสูงคือสิ่งที่ตอบโจทย์ได้จริงสำหรับการเชื่อมโยงสู่อาเซียนจริงหรือ
จากการไปฟังเสวนาของมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดีเป็นลำดับที่ 46 ของโลกจากการสำรวจ 144 ประเทศ ขณะที่ด้านการศึกษา การพัฒนานวัตกรรมและพลังงาน อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนอีกว่าเราอาจกำลังจัดลำดับเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญผิด
ดิฉันเห็นด้วยกับการเสวนาที่ว่า แม้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องที่ดี สำคัญ แต่การนำงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท ทุ่มไปที่โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราควรแบ่งงบประมาณเพื่อไปพัฒนาด้านอื่นๆ ที่มีความสำคัญและควรเร่งพัฒนาด้วย
เช่น ด้านเศรษฐกิจ ต้องนำงบประมาณมาพัฒนาภาคการผลิตเพิ่มมูลค่าสินค้า ยกตัวอย่างสินค้ายาง เราเป็นผู้ส่งออกยาง น้ำยาง ยางแท่งรายใหญ่ของโลก หากเรายกระดับการผลิตขึ้นไปอีก เป็นผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางรถยนต์หรืออะไรก็ตามที่เป็นผลิตภัณฑ์จากยาง เราจะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าและเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้อีกหลายเท่าตัว
ส่วนเรื่องการขนส่งสินค้า รถไฟความเร็วสูงคงไม่ใช่คำตอบ การพัฒนารถไฟรางคู่ดูจะสำคัญกว่า เพราะจะได้ประโยชน์ทั้งขนคนและขนสินค้า ที่สำคัญต้องขยายขนาดรางในปัจจุบันจาก 1 เมตร เป็น1.43 เมตร เพื่อตอบโจทย์การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค
สำหรับเรื่องรถไฟความเร็วสูง โจทย์ของเรายากกว่าสิงคโปร์มาเลเซียมากนัก ภาครัฐจึงยิ่งต้องวางแผนให้ดีและมองให้ยาวก่อนลงมือทำอะไรค่ะ







