
ปีทองอุตฯสนับสนุนยอดออร์เดอร์ล้นทะลัก
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ปีนี้เอสเอ็มอีไทยต่างเผชิญวิกฤตปัญหาต้นทุนสารพัดด้านสูงขึ้น จนรับมือแทบไม่ไหวและต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ แต่ในวิกฤตที่เกิดขึ้นมีเอสเอ็มอีที่เติบโตร้อนแรงคือ เอสเอ็มอีกลุ่มสนับสนุน หรืออุตสาหกรรมสนับสนุน ได้แก่ ผู้ประกอบการที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ให้แก่อุตสาหกรรมปลายน้ำ และมีโอกาสที่เอสเอ็มอีกลุ่มนี้จะเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร ให้แก่ตลาดโลกต่อไป
ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองของเอสเอ็มอีกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุน ทั้งผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มแม่พิมพ์ หล่อโลหะ ชิ้นส่วนโลหะ ชุบสังกะสี และการผลิตพลาสติก เป็นต้น เพราะได้อานิสงส์จากยอดการผลิตรถยนต์ในไทยสูงถึง 2 ล้านคัน ทำให้เอสเอ็มอีมียอดออร์เดอร์สั่งผลิตสินค้าสูงมาก
ยอดออร์เดอร์ผลิตสินค้าที่สูงขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีเกิดปัญหาแรงงานขาดตลาดนับแสนราย สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ต้องวางนโยบายให้แรงงานในกลุ่มที่ชะลอตัวลง ได้แก่ สิ่งทอ และเซรามิก เพราะกำลังประสบปัญหายอดขายลดลง และบางโรงงานต้องปิดตัว โดยให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวมาทำงานในเอสเอ็มอี กลุ่มสนับสนุนแทน ซึ่งจะใช้เวลาการอบรมให้ความรู้ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานขาดตลาด
นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาฯ ได้วางนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีในกลุ่มที่มีอยู่ประมาณ 5,000 รายอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2-5 ปีที่ผ่านมา ทั้งสนับสนุนในรูปแบบให้ความรู้ด้านการผลิต เครื่องจักรและเทคโนโลยี การเป็นที่ปรึกษาแก่เอสเอ็มอี การสนับสนุนด้านการเงิน ในโครงการร่วมมือกับธนาคารทำสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ให้ความรู้แก่เอสเอ็มอี เพราะเอสเอ็มอีในกลุ่มถือเป็นผู้ผลิตต้นน้ำและกลางน้ำที่ส่งชิ้นส่วนต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือปลายน้ำต่อไป
พร้อมส่งเสริมให้เอสเอ็มอีพัฒนาบุคลากรนำเทคโนโลยีใหม่ เข้ามาเสริมศักยภาพการผลิตให้มีคุณภาพดีขึ้น แต่ใช้จำนวนแรงงานในระดับเท่าเดิม มั่นใจว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้เอสเอ็มอีกลุ่มสนับสนุนสามารถแข่งขันได้ เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนเครื่องจักรให้แก่ตลาดโลกได้ต่อไป
วิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน กล่าวว่า ขณะนี้เอสเอ็มอีไทยกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม มียอดออร์เดอร์สั่งผลิตสินค้าที่สูงมาก เพราะตลาดรถยนต์ในประเทศไทยและตลาดส่งออกเติบโตดี จึงคาดว่าในปีนี้เอสเอ็มอีกลุ่มสนับสนุนจะเติบโต 15% จากปีก่อน ถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 56 ปี
ขณะเดียวกันปัญหาที่เอสเอ็มอีกำลังได้รับผลกระทบคือ การขาดแหล่งเงินทุนสำหรับลงทุนโครงการใหม่ เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนจากประเทศญี่ปุ่นสนใจขยายลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้น เอสเอ็มอีต้องปรับกลยุทธ์จากการรับจ้างผลิต หันมาร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตชิ้นส่วนจากประเทศญี่ปุ่นแทน เพื่อให้ผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ไทย และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยาวนาน
“เอสเอ็มอีต้องปรับกลยุทธ์มุ่งเป็นผู้ออกแบบ หรือครีเอทีฟ ธิงกิง (Creative Thinking) เพื่อให้มีงาน ออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยไม่เน้นเพียงการมุ่งค้นคว้า วิจัยเพียงอย่างเดียว (อาร์แอนด์ดี) ด้านบุคลากรในกลุ่มแรงงานต้องฝึกทักษะและฝึกเรียนรู้ภาษาเพิ่มขึ้น เพราะบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถช่วยให้บริษัทและอุตสาหกรรมเติบโตมากขึ้น และมั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนเครื่องจักร ที่สำคัญสำหรับตลาดโลกต่อไป”
ปัจจุบัน สมาชิกของสมาพันธ์ฯ ประกอบด้วย 12 สมาคม ได่แก่ สมาคมเครื่องจักรกลไทย สมาคมซอฟต์แวร์ไทย สมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต สมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมสมองกลฝังตัวไทย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมไทย สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย และชมรมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศ โดยมีจำนวนเอสเอ็มอีมากกว่า 10,000 ราย
ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ได้ร่วมมือกับบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จัดงาน “อินเตอร์แมคและซับคอนไทยแลนด์ 2013” ระหว่างวันที่ 16-19 พ.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา คาดว่าจะมีผู้ประกอบการมาร่วมงาน 3-4 หมื่นราย
งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีมีความพร้อมแข่งขันกับผู้ประกอบการในอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและสามารถแข่งขันในตลาดโลก ตลาดส่งออกที่มีความรุนแรงได้







