posttoday
ไฟแนนเชียลไดเจสต์

ไฟแนนเชียลไดเจสต์

01 พฤษภาคม 2556

TOP กำไรร่วงแรง 39%

TOP กำไรร่วงแรง 39%

บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดผลงานไตรมาสแรกปี 2556 กำไรสุทธิ 4,363.12 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 2.14 บาท ลดลง 2,862.79 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 39.61% จากไตรมาสแรกปีก่อน มีกำไรสุทธิ 7,225.91 ล้านบาท หรือ 3.54 บาทต่อหุ้น แต่กำไรเพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน

เครือไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 104,914 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง ทำให้ปริมาณขายน้ำมันสำเร็จรูปและสารอะโรเมติกส์ลดลง อย่างไรก็ดี จากทิศทางราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4,397 ล้านบาท

ทั้งนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้จำนวน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 1.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้เครือไทยออยล์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,717 ล้านบาท และยังมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนจากการควบรวม IPT และ PTTUT เป็น GPSC จำนวน 450 ล้านบาท

GLOW โตขึ้นทุกธุรกิจ

บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปี 2556 กำไรสุทธิ 2,884.46 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 1.70 บาท พุ่งขึ้น 46.87% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 1,963.93 ล้านบาท หรือ 1.04 บาทต่อหุ้น เนื่องจากรายได้จากการขายและการให้บริการ (รวมรายได้อื่นๆ) เพิ่มขึ้น 44.7% เป็นจำนวน 18,202.7 ล้านบาท

บริษัทมียอดจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ภายใต้สัญญาผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่เพิ่มขึ้นจำนวน 4,735.2 ล้านบาท และภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กจำนวน 4,600.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7%

สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม บริษัทมียอดจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 3,911.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% ยอดจำหน่ายไอน้ำจำนวน 1,957.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% และมีรายได้อื่นๆ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจำนวน 719.9 ล้านบาทเป็นหลัก

ด้านต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 45.4% หรือจากจำนวน 9,661.5 ล้านบาท เป็นจำนวน 14,047 ล้านบาท มาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ

มาร์จินพุ่งหนุนกำไรกิมเอ็งทะยาน

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2556 กำไรสุทธิ 554.42 ล้านบาท หรือ 0.97 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นถึง 205.51% จากระยะเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 181.47 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.32 บาท

กำไรที่เพิ่มขึ้นมากมาจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 700.75 ล้านบาท หรือ 127.80% เป็น 1,249.06 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 6,707 ล้านบาท เป็น 15,072 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน) เพิ่มขึ้น 94.33 ล้านบาท หรือ 132.35% เป็น 165.60 ล้านบาท โดยบริษัทให้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉลี่ย 5,043 ล้านบาท เป็น 12,237 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 448.92 ล้านบาท หรือ 87.66% เป็น 961.05 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ต้นทุนทางการเงิน เพิ่มขึ้น 58.26 ล้านบาท คิดเป็น 122.51% เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่เงินวางหลักประกันของลูกค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย ซึ่งเพิ่มขึ้น 41.03 ล้านบาท คิดเป็น 79.11% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน เพิ่มขึ้น 335.08 ล้านบาท หรือ 114.22%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท