posttoday
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โครงการดีที่มีไม่ทั่วถึง

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โครงการดีที่มีไม่ทั่วถึง

01 พฤษภาคม 2556

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการได้ประกาศการอนุญาตให้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นกองทุนที่จะระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป และนำไปลงทุนในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างมาก และน่าจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยโดยรวม เสียดายที่โครงการนี้ยังไม่เปิดโอกาสให้กับทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการได้ประกาศการอนุญาตให้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นกองทุนที่จะระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป และนำไปลงทุนในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างมาก และน่าจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยโดยรวม เสียดายที่โครงการนี้ยังไม่เปิดโอกาสให้กับทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

ธุรกิจ กิจการต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า บลจ. เป็นผู้ดูแล

ทั้งนี้ กฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กำหนดให้ธุรกิจสามารถนำโครงการลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจมาจัดตั้งเป็นกองทุนรวม โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนให้กับกองทุน และนำเอาหุ้นของกองทุนออกขายระดมทุนจากประชาชนในวงกว้าง เพื่อให้มีเงินทำโครงการต่อๆ ไปได้

ตัวอย่างเช่น กิจการโรงไฟฟ้า เมื่อได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการแล้วระดมทุนเบื้องต้น ก่อสร้าง และเริ่มเดินเครื่องประกอบกิจการ เจ้าของโครงการสามารถเอาโรงไฟฟ้ามาจัดตั้งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เอาหุ้นออกขายให้ผู้สนใจ

เมื่อโรงไฟฟ้าได้ผลิตไฟฟ้าออกจำหน่ายได้รับเงินจากการขายไฟฟ้า ผลประโยชน์ที่ได้รับก็เอามาจัดสรรให้กับนักลงทุน โดยปกติคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนปีละ 58% และทางการยังสนับสนุนให้เงินปันผลไม่ต้องเสียภาษีเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งผลตอบแทนระดับนี้ถือว่าน่าสนใจสำหรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่มาก ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

เราจะเริ่มเห็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจัดตั้งและเอาหุ้นออกมาขายกันมากขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2556 หลังจากที่มีกองทุนแรกคือ กองทุนของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีมาก ข่าวว่ากองทุนที่กำลังจะตามมาคือ กองทุนของโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าแสงแดด โรงไฟฟ้าพลังลม และในอนาคตอาจมีกองทุนของโครงการเขื่อน โรงกำจัดขยะ รถไฟความเร็วสูง ฯลฯ

ฟังแล้วก็น่าจะดีมากครับ

แต่ที่ผมบอกว่าน่าเสียดายที่ให้โอกาสไม่ทั่วถึง เพราะตามประกาศการให้จัดตั้งกองทุนนี้ กำหนดขนาดกองทุนไว้ที่อย่างต่ำ 2,000 ล้านบาท รวมทั้งไม่ครอบคลุมธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โครงการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเลี้ยงช้าง ที่เป็นโครงการพลังงานทดแทนภายใต้นโยบายของกระทรวงพลังงาน เน้นการทำโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ผลิตไฟฟ้าสำหรับชุมชนเล็กๆ ระดับตำบลเท่านั้น ไม่ได้เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือซึ่งเท่าที่ประมาณกัน โครงการแบบนี้ก็จะมีขนาดประมาณ 100200 ล้านบาท

แต่จะให้มีไฟฟ้าจากโครงการแบบนี้ทั่วเมืองไทย ก็จะต้องสร้างกันหลายร้อยหลายพันโครงการ เพราะต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กให้กระจายไปทุกหนแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทที่ห่างไกล โรงไฟฟ้าแบบนี้ ยิ่งมีมากยิ่งช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

โครงการโรงไฟฟ้าแบบนี้ ทางการน่าจะให้โอกาสจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานได้

แต่ตอนนี้ติดกฎเกณฑ์ ทำไม่ได้ครับ

ทางการควรปรับเกณฑ์ขนาดกองทุนให้เล็กลง หรือปรับให้สามารถรวมโครงการหลายๆ โครงการเข้าด้วยกัน และจัดตั้งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานได้ รวมถึงนอกเหนือจากเรื่องของขนาดโครงการแล้ว ประเภทของโครงการก็ควรปรับปรุงให้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่

ตัวอย่างเช่น โครงการให้บริการโทรคมนาคม เช่น ดาวเทียม โครงการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งที่มีสายและไร้สาย โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น 3G 4G โครงการประปาหมู่บ้าน น้ำประปาตำบล โครงการผลิตก๊าซชีวมวล โครงการกำจัดขยะกำจัดน้ำเสียขนาดเล็ก และอีกหลายๆ อย่าง

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนน่าจะก่อประโยชน์อย่างมากกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนอีกทางหนึ่ง นับเป็นโครงการที่น่าส่งเสริมและสนับสนุนอย่างมาก

การปรับแก้ปลดล็อกกฎเกณฑ์จะทำให้โครงการนี้ได้ประโยชน์เต็มที่ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท