
คปภ.จ่อเพิ่มคุ้มครองทรัพย์
ต้องใส่ในกรมธรรม์ประกันรถภาคบังคับจ้างทีดีอาร์ไอศึกษา9เดือนก่อนสรุป
ต้องใส่ในกรมธรรม์ประกันรถภาคบังคับจ้างทีดีอาร์ไอศึกษา9เดือนก่อนสรุป
คปภ.จ้างทีดีอาร์ไอทำวิจัยประกัน พ.ร.บ. เน้นศึกษาเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สิน เอกชนยันไม่กระทบ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาหัวข้อ “การประกันภัยรถภาคบังคับ การเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เพื่อเพิ่มศักยภาพการประกันภัยรถให้กับธุรกิจประกันภัยให้มีความแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการประกันภัยรถในตลาดอาเซียน
ทั้งนี้ เน้นศึกษาความเป็นไปได้ของการเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินในการประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การประกันภัยรถภาคบังคับในอาเซียนและการประกันภัยรถผ่านแดน การเพิ่มศักยภาพการจ่ายค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบสินไหมอัตโนมัติ (EClaim) และการศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์
“จะใช้ระยะเวลาศึกษารวม 9 เดือน คาดการณ์ว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 จะได้ข้อสรุปผลการศึกษาวิจัยในเบื้องต้น ซึ่ง คปภ.จะนำไปพิจารณาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเพื่อจัดทำเป็นมาตรการดำเนินงาน โดยเฉพาะการเพิ่มความคุ้มครองประเภททรัพย์สินของกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ” นายประเวช กล่าว
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมที่จะรองรับแนวคิดของ คปภ. ซึ่งพร้อมอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันได้ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินตามประกันภัยรถประเภทภาคสมัครใจ ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 ที่ประชาชนนิยมมาทำประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มขึ้น คิดเป็น 60-70% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมด มีเพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้นที่ไม่ได้ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินเพราะประสบผลขาดทุน แต่มีการนำเบี้ย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ไปชดเชย
สำหรับสิ่งที่จะต้องศึกษา คือ จะคิดเบี้ยเพิ่มหรือเบี้ยเท่าเดิม แล้ววงเงินความคุ้มครองจะเป็นเท่าไร จากนั้นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องมาคำนวณว่าเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าหากมีการบังคับให้เจ้าของรถที่ทำประกัน พ.ร.บ.ต้องให้ความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกด้วย อาจจะทำให้เบี้ยส่วนนี้ถูกลงเพราะว่ามีผู้มาทำประกัน พ.ร.บ.เพิ่มมากขึ้น
“เรื่องการเพิ่มศักยภาพการจ่ายสินไหมทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ ทุกวันนี้ถือว่าใกล้จะสมบูรณ์แล้ว ทางบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้เซ็นสัญญากับโรงพยาบาลในเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และหลังจากที่ขายประกันผ่านออนไลน์ข้อมูลลูกค้าจะเข้าระบบทันที วันนั้นประชาชนจะได้รับบริการที่สมบูรณ์ เพราะรู้ทันทีว่าเป็นลูกค้าของบริษัทไหน” นายอานนท์ กล่าว







