
สศช.แนะปั้นคนหนุนนวัตกรรมลดพึ่งต่างชาติ
สศช.แนะไทยเร่งปั้นคนวิทย์ ผลิตนวัตกรรมลิขสิทธิ์ควบคู่โตสู่อาเซียน
สศช.แนะไทยเร่งปั้นคนวิทย์ ผลิตนวัตกรรมลิขสิทธิ์ควบคู่โตสู่อาเซียน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ได้ระบุปัญหาของไทยไว้ว่าพึ่งพาต่างชาติมากเกินไป เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็น่าจะมีแนวโน้มต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของไทยมีขนาดใหญ่ขึ้นมากจนไม่สามารถลดปริมาณการส่งออกได้แล้ว สิ่งที่ไทยจะทำได้จากนี้ จึงเป็นการสร้างความมั่นคง ลดความผันผวนทางเศรษฐกิจในประเทศ
เรื่องสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อลดดุลการพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างชาติแทนลดการส่งออก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ค่อนข้างมาก สินค้าส่วนใหญ่จึงต้องซื้อสิทธิบัตรต่างชาติ หากไทยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหันมาผลิตนวัตกรรมของตัวเอง เศรษฐกิจที่จะโตสู่ระดับอาเซียนก็ยังเติบโตได้อย่างมั่นคง
“หลายประเทศในเอเชียชนะกันด้วยเทคโนโลยี เริ่มจากญี่ปุ่นที่เติบโตก่อนคนอื่น ต่อมาไต้หวัน เกาหลีใต้ จนตอนนี้จีนกำลังตามมา ไทยก็น่าจะลงทุนด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้น” นายอาคม กล่าว
สำหรับแนวทางในการปฏิบัตินั้นอาจเริ่มต้นจากการเชิญชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนศูนย์วิจัย ศูนย์การออกแบบศูนย์การคิดค้นเทคโนโลยี และพัฒนาระบบการจดทะเบียนสิทธิบัตรให้มีประสิทธิภาพ หากใครจะทำโออีเอ็มก็ใช้ลิขสิทธิ์ที่ไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองการรวมตัวของอาเซียนเป็นการพึ่งพาเศรษฐกิจประเทศอื่น หากเรายึดตามวิสัยทัศน์อาเซียนก็ควรมองว่าทุกชาติเป็นชาวอาเซียน ไทยไปลงทุนในอาเซียน อาเซียนก็มาลงทุนในไทย ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ประเทศกำหนดไว้ 4 ด้าน 1.เศรษฐกิจต้องเติบโตบนฐานคุณภาพ 2.เศรษฐกิจต้องกระจาย 3.ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ4.การบริหารจัดการของภาครัฐ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจน และสู่เป้าหมายหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางใน 15 ปี







