
ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ขยับ พร้อมรับประชาคม
อีกไม่นาน “ประชาคมอาเซียน” ก็จะรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงยังมีหลายสิ่งที่ต้องเร่งปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและอีกหลายอย่างที่ต้องทำต่อไปแม้ปี 2558 จะผ่านพ้น
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
อีกไม่นาน “ประชาคมอาเซียน” ก็จะรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงยังมีหลายสิ่งที่ต้องเร่งปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและอีกหลายอย่างที่ต้องทำต่อไปแม้ปี 2558 จะผ่านพ้น
หนึ่งในนั้น คือ งานด้านการศึกษาที่ไม่อาจหยุดปรับตัว “วิษณุ วงศ์สินศิริกุล” ผู้อำนวยการศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เล่าถึงการขยับของ มธบ. ว่ามหาวิทยาลัยได้เร่งปรับตัวหลายด้าน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมฯ ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งมุ่งเน้นเตรียมพร้อมให้สังคม แตกต่างจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่เน้นการเรียนการสอนและให้ปริญญา โดยมีภารกิจ 3 ด้านหลัก 1.จัดอบรมระยะสั้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั่วไป 2.งานวิจัยเน้นเรื่องการศึกษา สถาบันการศึกษาแต่ละระดับควรเตรียมความพร้อมอย่างไร และ 3.เสวนาประเด็นที่เกี่ยวกับอาเซียน
นอกจากนี้ เมื่อปีการศึกษา 2555 คณะศิลปศาสตร์ได้เปิดวิชาพื้นฐานให้นักศึกษาทุกคณะสามารถเลือกเรียนได้ คือ วิชาประชาคมอาเซียนและวิชาวัฒนธรรมอาเซียน เป็นการผลักดันเรื่องวัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมให้เกิดการหล่อหลอมและเข้าใจกัน เศรษฐกิจจะไปได้ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือแม้แต่ความมั่นคง ซึ่งต้องร่วมมือกันทั้งเรื่องยาเสพติด ภัยพิบัติ โรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ ล้วนต้องมีพื้นฐานจากการเข้าใจวัฒนธรรม ล่าสุดกำลังผลักดันให้ทุกคณะกำหนดให้นักศึกษาเรียนวิชาวัฒนธรรมอาเซียน
ส่วนคณะบริหารก็เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เอ็มบีเอ) สาขาวิชาธุรกิจอาเซียน เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2555 ซึ่งมีเสียงตอบรับดี มีคนมาเรียนมากพอสมควร
ในปีการศึกษา 2556 ที่กำลังจะเปิดนี้ มธบ. ได้ปรับเวลาการเปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับอาเซียน จากเดิมเปิดเรียน มิ.ย. ขยับเป็นเดือน ส.ค. ซึ่งมธบ.จะเริ่มปรับเลย เร็วกว่ามติของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยที่ให้ปรับในปี 2557
ขณะที่ช่วงเดือน มิ.ย.ส.ค. ก็จะเปิดสอนวิชาพื้นฐานและเน้นเรื่องภาษา ทั้งอังกฤษและอินโดนีเซีย
มธบ.ปรับหลักสูตรโดยเน้นเรื่องภาษา อย่างเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมาเริ่มเปิดสอนภาษาบาฮาซา อินโดนีเซีย เพราะหากสามารถสื่อสารภาษานี้ได้ก็จะคุยกับคนในอาเซียนได้เกือบ 400 ล้านคน ให้นักศึกษาทุกคณะมาลงเรียนได้ และเตรียมจะเปิดสอนภาษาพม่าและภาษาเวียดนามเพิ่มเติม
ตอนนี้นักศึกษาสนใจเรื่องอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะวิชาประชาคมอาเซียนที่ได้รับความสนใจมาก และเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว มธบ.จัดแข่งตอบปัญหาระดับมัธยมศึกษา ผลสะท้อนว่าระดับโรงเรียนก็ตื่นตัวเรื่องอาเซียน แต่ยังกระจุกในเรื่องท่องจำ ขณะที่ข้อสอบในส่วนที่เปิดให้แสดงความคิด เด็กยังทำไม่ค่อยได้
ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยจะต้องปรับให้เด็กคิดและกล้าแสดงออกมากขึ้น เพราะหากเปิดอาเซียน การแข่งขันก็จะมากขึ้น หากติดอยู่ในกรอบ ไม่เคยลองถูกลองผิด การแข่งขันกับเยาวชนชาติอื่นๆ ก็ลำบาก
ที่สำคัญควรเน้นเรื่องภาษา แม้ภาษาอังกฤษ
จะมีความสำคัญ แต่ภาษาเพื่อนบ้านอาเซียนก็สำคัญ เพราะคนพม่า เวียดนาม กัมพูชา จีนตอนใต้ก็เรียนภาษาไทย แล้วเข้ามาเรียนที่เมืองไทย ใช้การเรียนการสอนภาษาไทย เขาเรียนรู้ภาษาเรา แต่เรากลับไม่รู้ภาษาของเพื่อนบ้าน อย่างในภาคธุรกิจ หากพูดภาษาเพื่อนบ้านได้ จะเป็นมูลค่าเพิ่มของตัวเรา
ที่จริงแล้วกระทรวงศึกษาธิการต้องเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 แล้วค่อยๆ ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แค่ท่องจำเรื่องธง แต่ต้องเน้นเรื่องภาษา และสอดแทรกเรื่องวัฒนธรรมเข้าไป ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทเรื่องนี้ให้มาก
ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนในลักษณะหลักสูตรเฉพาะเพื่ออาเซียน แต่ควรสร้างความพร้อมและจิตสำนึกให้เด็กไทยก้าวสู่เยาวชนอาเซียน เพราะความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสามารถสอดแทรกอยู่ในวิชาต่างๆ ได้ อาจจะใช้วิธีเปิดหนังอาเซียนให้เด็กดู เพลงเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ โดยร่วมมือกับสถานทูตที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรม ทั้งยังต้องหันมาเน้นงานสายวิชาชีพและอาชีวะ ซึ่งจะมีความสำคัญมากนับจากนี้
“ต้องปรับตัวตั้งแต่วันนี้และต้องทำต่อไปอีก เพราะปี 2558 เพิ่งเป็นจุดเริ่มของประชาคมอาเซียน”







