posttoday
เอสเอ็มอีบุกนอก

เอสเอ็มอีบุกนอก

30 เมษายน 2556

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องการจะออกไปทำธุรกิจในอาเซียนเพื่อขยายตลาด หลีกเลี่ยงการแข่งขันในเมืองไทย ลดต้นทุนการผลิต หรือการออกไปใช้วัตถุดิบในประเทศอาเซียนดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องการจะออกไปทำธุรกิจในอาเซียนเพื่อขยายตลาด หลีกเลี่ยงการแข่งขันในเมืองไทย ลดต้นทุนการผลิต หรือการออกไปใช้วัตถุดิบในประเทศอาเซียนดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย

แต่การเริ่มต้นกำจัดความกังวล พร้อมสร้างความกล้าที่จะออกไปทำธุรกิจในระดับสากลไม่ใช่เรื่องหมูๆ เลย เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะแบกรับความเสี่ยงในระดับสูงได้

พิมพ์รัตน์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นเจอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานหนึ่ง ให้เอสเอ็มอีที่ออกไปทำธุรกิจในเมียนมาร์ แนะนำว่า หากคิดจะบุกตลาดนอกประเทศ สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องพึงมีคือ ความกล้า ต้องกล้าที่จะออกไปข้างนอก กล้าเสี่ยง และกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

วิธีขจัดความกลัว คือ การออกไปเปิดหูเปิดตาในประเทศที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจ

การเดินทางเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน สภาพบ้านเมือง จะทำให้ผู้ประกอบการรู้ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และมองเห็นช่องว่างที่จะเข้าไปเติมเต็มได้ หากนั่งจินตนาการอยู่ในเมืองไทยว่าคนที่โน่นชอบใช้สินค้าแบบไหน หรือบ้านเมืองเขาเป็นอย่างไร หรือหาข้อมูลเฉพาะจากในแผ่นกระดาษ ก็อาจได้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความจริง และคงไม่ดีกว่าการไปเห็นด้วยตาตัวเอง

จากนั้นต้องหา คู่ค้าที่ไว้ใจได้ ยิ่งออกไปต่างประเทศ การหาคู่ค้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะเป็นคนช่วยเหลือด้านการทำตลาดในต่างประเทศ แต่เอสเอ็มอีบางรายอาจจะสงสัยว่า คู่ค้าดีๆ นั้นหาจะได้จากไหน เพราะที่ทำธุรกิจในเมืองไทยก็เป็นรายเล็ก ไม่ได้รู้จักหรือมีเครือข่ายกับผู้ประกอบการต่างชาติ

เรื่องนี้เอสเอ็มอีสามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยากเย็น โดยการไปเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ที่จัดกิจกรรมโรดโชว์ จัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ

เนื่องจากงานแบบนี้ จะมีการเชิญชวนนักธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สนใจทำธุรกิจกับไทยเข้ามาร่วมงานด้วย จึงเป็นโอกาสให้เจอคู่ค้าที่หลากหลาย แต่การเลือกที่จะจับคู่กับใครนั้น ผู้ประกอบการต้องพิจารณาเลือกคู่ค้าที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะเรื่องการเงินและสามารถทำธุรกิจร่วมกันได้

เมื่อเปิดตัวเองออกไปหาคู่ค้า ก็จะมีโอกาสพบปะนักธุรกิจต่างชาติอีกหลายรายที่ต้องการทำธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการไทย จึงยิ่งเป็นโอกาสสร้างธุรกิจได้อีก

เหมือนอย่างบริษัท เซ็นเจอร์ ที่ออกไปหาคู่ค้าในเมียนมาร์ ได้คู่ค้าเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเนเธอร์แลนด์ ที่ทำธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์ เป็นผู้นำเข้าสินค้าจากไทยไปขาย ขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อกับมาเลเซีย ที่ต้องการนำสินค้าเข้ามาขายในเมืองไทย ทำธุรกิจร่วมกันด้วย โดยได้นำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมี่ยมจากมาเลเซียภายใต้แบรนด์ “Art Matrix” เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้บริษัทเซ็นเจอร์

การติดต่อธุรกิจลักษณะนี้ ก็ไปเจอกันในต่างประเทศ เพราะขณะที่ไทยออกไปตามหาคู่ค้าในตลาดนักธุรกิจต่างชาติก็ทำแบบเดียวกัน จึงเป็นโอกาสที่ดีของเอสเอ็มอีที่จะได้ขยายตลาดรวมถึงทำธุรกิจระหว่างกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากอาเซียนให้ได้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท