
เอกชนกดดันกนง.รีบประชุม
ยืนยันต้องลดดอกเบี้ย1%กดบาทอ่อนค่า เสนอผู้ว่าธปท.วันนี้อ้างเงินไม่เฟ้อ
ยืนยันต้องลดดอกเบี้ย1%กดบาทอ่อนค่า เสนอผู้ว่าธปท.วันนี้อ้างเงินไม่เฟ้อ
ส.อ.ท. ถก ธปท. วันนี้ กดดัน กนง. เรียกประชุมนัดพิเศษ ลดดอกเบี้ยทันที 1%
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะเข้าพบนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันนี้ พร้อมเสนอมาตรการรับมือเงินบาทแข็งค่า รวมทั้งต้องการให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เรียกประชุมนัดพิเศษ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยทันที 1% ตามที่เอกชนเสนอ แทนการประชุมรายเดือนตามวาระปกติ
“ล่าสุด ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ประมาณ 29.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งหาก ธปท. ทำตามข้อเสนอเงินบาทจะมีโอกาสขยับใกล้ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าไม่มีการจัดการปัญหา เชื่อว่าเงินบาทจะกลับไปแข็งค่าอีกครั้ง” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ส.อ.ท. จะไปเสนอผลกระทบค่าเงินบาทที่เริ่มทำลายซัพพลายเชนในประเทศมากขึ้น เพราะผู้ส่งออกเริ่มนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่าแทน นอกจากนี้ ยังเริ่มส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ด้วย
นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เอกชนมองว่า ขณะนี้เหมาะสมที่จะลดอัตราดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อต่ำ ใกล้ถึงจุดเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ขณะที่ราคาอาหารและพลังงานที่เป็นปัจจัยหลักกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อก็ไม่ได้ปรับขึ้น เหลือแต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ ธปท. สามารถออกมาตรการมาดูแล เช่น การเพิ่มวงเงินดาวน์เพื่อลดการเก็งกำไร
ด้านนายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ ส.อ.ท. ระบุว่า ปัญหาค่าเงินบาททำให้ตั้งแต่ต้นปียอดขายลดลงกว่า 10% จึงเตรียมทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการบรรเทาผลกระทบค่าเงินบาททั้งหมด 7 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ให้ ธปท. ดูแลค่าเงินบาทให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาคและคู่แข่งการส่งออก 2.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการให้เอสเอ็มอีสามารถรวมกลุ่มกันเพื่อต่อรองค่าธรรมเนียมการป้องกันความเสี่ยงให้ถูกลง และให้สามารถเข้าถึงการป้องกันความเสี่ยงได้
3.มีมาตรการให้ผู้ส่งออกเปิดแอลซีเป็นเงินบาทได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินดอลลาร์ 4.ให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งกองทุนสนับสนุนให้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะเอสเอ็มอีสามารถเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ ได้มากขึ้น 5.ให้กระทรวงการคลังตั้งกองทุนหรือให้ธนาคารรัฐปล่อยกู้เสริมสภาพคล่องโดยคิดดอกเบี้ยต่ำกับผู้ประกอบการ 6.ให้ ธปท. และกระทรวงการคลังออกมาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย และ 7.ให้คลังทบทวนการปรับเพิ่มเงินชดเชยภาษีส่งออก (มุมน้ำเงิน)







