
หลักการสร้างเครื่องผลิตเงินของลีกวนยิว 'ผู้นำสูงสุดตลอดกาลของสิงคโปร์'
สิงคโปร์นับเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วมาก เพิ่งประกาศแยกตัวจากมาเลเซียเมื่อปี 1963 ก็ 50 กว่าปีแล้ว ถ้าเทียบเป็นคนก็วัยกลางคนเท่านั้นเอง
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม
สิงคโปร์นับเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วมาก เพิ่งประกาศแยกตัวจากมาเลเซียเมื่อปี 1963 ก็ 50 กว่าปีแล้ว ถ้าเทียบเป็นคนก็วัยกลางคนเท่านั้นเอง ตอนที่ธนาคารกรุงเทพในบ้านก่อตั้ง ประเทศสิงคโปร์ยังไม่เป็นวุ้นเลย แต่วันนี้สิงคโปร์กลายเป็น Financial Hub ศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก มีธนาคารและสถาบันการเงินที่ใหญ่ระดับโลก แถมยังเป็นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่ง
สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ต้องยกความดีความชอบให้ “ลีกวนยิว” ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง สิงคโปร์ เขาเป็นนักการเมืองหัวก้าวหน้าผู้วางรากฐานและระบบเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศสิงคโปร์ทั้งหมดเลยก็ว่าได้
พอดีผมได้มีโอกาสปัดฝุ่น Shelf หนังสือ ก็พบว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย ลีกวนยิว วางอยู่ในชั้นหนังสือ เพราะ เดี๋ยวนี้ซื้อหนังสือแทบไม่เคยอ่านเล่มไหนจบเลย ไม่มีเวลา หนำซ้ำมีหนังสือใหม่ๆ ออกตลอดเวลา หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า From Third World to First มันเป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก เพราะลีกวนยิวได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสิงคโปร์ตั้งแต่การวางอิฐก้อนแรกกันเลยทีเดียว
“ศึกษาอดีตแล้วเห็นอนาคต” เรื่องนี้จริง วันก่อนผมเอาหนังเรื่อง The Godfather มาดูใหม่ ชอบประโยคที่เขาบอกว่า “If you Look at History, nothing is impossible” มันเป็นคำพูดที่ Godfather พูดกับลูกน้องถึงการลอบสังหารศัตรูตัวสำคัญ ซึ่งลูกน้องบอกว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่ถ้าดูจากอดีต ขนาด John F Kennedy ประธานาธิบดี ประเทศอเมริกาที่ได้ชื่อว่ามีระบบ รักษาความปลอดภัยสูงที่สุด ยังโดนลอบสังหารได้เลย นั่นแหละอดีตมันสอนเรากลับมาที่หนังสือ From Third to First ของลีกวนยิว นับเป็นหนังสือที่เรียงร้อยถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจเอเชียได้ครบถ้วนที่สุด เพราะถ้าว่ากันจริงๆ ไม่เคยมีผู้นำคนใดที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดได้นานเท่าลีกวนยิว เขานำพรรค PAP “People’s Action Party” ชนะเลือกตั้ง 8 สมัยติด ตั้งแต่ปี 19591990 หลังลงจากตำแหน่ง พรรค PAP ก็ยังคงครองเสียงส่วนใหญ่ชนะการเลือกตั้งทุกครั้งจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้เขาก็ยังเป็นที่ปรึกษาอาวุโส ผู้มีอำนาจหลังม่านตัวจริงอยู่ดี
สิ่งที่ผมสนใจเป็นพิเศษ ในแนวคิดของลีกวนยิวมากๆ คือ เรื่องของการสร้าง “เครื่องผลิตเงิน” นั่นคือ นโยบายการตั้ง CPF “Central Provident Fund” เรื่องนี้ ลีกวนยิว เล่าว่า ระหว่างพัฒนาประเทศเขาพบว่ามันเริ่มมาถึงจุดที่ประเทศเริ่มมีความแตกต่างมากๆ กล่าวคือ คนรวยจะรวยมาก และคนจนยิ่งจน เพราะตามการพัฒนาไม่ทัน จุดนี้เองเป็นช่วงที่ระบอบคอมมิวนิสต์เริ่มเข้ามาท้าทายการปกครองของเอเชียในห้วงเวลานั้น คือหลายๆ ประเทศกำลังเลือกว่าจะไปทางทุนนิยม ประชาธิปไตย หรือจะมาทางสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน
สิงคโปร์เลือกระบบทุนนิยม แต่ใช้รัฐบาลซึ่งลีกวนยิวแทบจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทางของประเทศในการขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องของการสร้างเครื่องผลิตเงินก็คือ การตั้ง CPF หรือ Central Provident Fund แล้วให้ทุกคนที่มีรายได้ต้องส่งเงิน 20% เข้ากองทุน CPF แล้วก็กำหนดให้นายจ้างต้องสมทบเงินเพิ่มอีก 16% รวมเป็นเงินประมาณ36% ของรายได้ของคนในสิงคโปร์ที่มีงานทำจะต้องนำเข้าบัญชี CPF
กองทุน CPF จะทำหน้าที่เป็น “กองทุนส่วนบุคคลที่ใช้ในการลงทุนเพื่ออนาคต” โดยที่ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะแบ่งลงทุนใน Asset ต่างๆ อะไรบ้าง ตั้งแต่ บ้าน หุ้น และกองทุนต่างๆ ถ้ามองในมุมมองนักลงทุน จะเห็นเลยว่ามันเป็นการกระตุ้นโดยรัฐบาลให้ประชาชนสร้างเครื่องผลิตเงินของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ นโยบายนี้สร้างให้คนมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะคนส่วนใหญ่ก็ใช้กองทุนนี้ซื้อบ้าน ถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้นมันได้สองเด้ง เพราะคนที่มีภาระมันทำให้เขาต้องสู้ทำงานหนัก และเด้งที่สองคือ เมื่อคนเรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของอะไรก็ตาม เราก็จะรู้สึกว่าเขามีอะไรที่จะต้องดูแล --- “เสียไม่ได้!!”
วันนี้เมืองไทยเราเริ่มเห็นนโยบายกระตุ้นให้มนุษย์เงินเดือนเป็นนักลงทุน อย่าง RMF/LTF แต่ความรู้ของคนในเรื่องการลงทุนในบ้านเรายังต้องพัฒนามากกว่านี้ ฝากเรื่องการสร้างเครื่องผลิตเงินของตัวเองให้คิดกันนะครับ!!







