posttoday
หลักการสร้างเครื่องผลิตเงินของลีกวนยิว 'ผู้นำสูงสุดตลอดกาลของสิงคโปร์'

หลักการสร้างเครื่องผลิตเงินของลีกวนยิว 'ผู้นำสูงสุดตลอดกาลของสิงคโปร์'

30 เมษายน 2556

สิงคโปร์นับเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วมาก เพิ่งประกาศแยกตัวจากมาเลเซียเมื่อปี 1963 ก็ 50 กว่าปีแล้ว ถ้าเทียบเป็นคนก็วัยกลางคนเท่านั้นเอง

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

สิงคโปร์นับเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วมาก เพิ่งประกาศแยกตัวจากมาเลเซียเมื่อปี 1963 ก็ 50 กว่าปีแล้ว ถ้าเทียบเป็นคนก็วัยกลางคนเท่านั้นเอง ตอนที่ธนาคารกรุงเทพในบ้านก่อตั้ง ประเทศสิงคโปร์ยังไม่เป็นวุ้นเลย แต่วันนี้สิงคโปร์กลายเป็น Financial Hub ศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก มีธนาคารและสถาบันการเงินที่ใหญ่ระดับโลก แถมยังเป็นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่ง

สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ต้องยกความดีความชอบให้ “ลีกวนยิว” ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง สิงคโปร์ เขาเป็นนักการเมืองหัวก้าวหน้าผู้วางรากฐานและระบบเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศสิงคโปร์ทั้งหมดเลยก็ว่าได้

พอดีผมได้มีโอกาสปัดฝุ่น Shelf หนังสือ ก็พบว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย ลีกวนยิว วางอยู่ในชั้นหนังสือ เพราะ เดี๋ยวนี้ซื้อหนังสือแทบไม่เคยอ่านเล่มไหนจบเลย ไม่มีเวลา หนำซ้ำมีหนังสือใหม่ๆ ออกตลอดเวลา หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า From Third World to First มันเป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก เพราะลีกวนยิวได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสิงคโปร์ตั้งแต่การวางอิฐก้อนแรกกันเลยทีเดียว

“ศึกษาอดีตแล้วเห็นอนาคต” เรื่องนี้จริง วันก่อนผมเอาหนังเรื่อง The Godfather มาดูใหม่ ชอบประโยคที่เขาบอกว่า “If you Look at History, nothing is impossible” มันเป็นคำพูดที่ Godfather พูดกับลูกน้องถึงการลอบสังหารศัตรูตัวสำคัญ ซึ่งลูกน้องบอกว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่ถ้าดูจากอดีต ขนาด John F Kennedy ประธานาธิบดี ประเทศอเมริกาที่ได้ชื่อว่ามีระบบ รักษาความปลอดภัยสูงที่สุด ยังโดนลอบสังหารได้เลย นั่นแหละอดีตมันสอนเรากลับมาที่หนังสือ From Third to First ของลีกวนยิว นับเป็นหนังสือที่เรียงร้อยถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจเอเชียได้ครบถ้วนที่สุด เพราะถ้าว่ากันจริงๆ ไม่เคยมีผู้นำคนใดที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดได้นานเท่าลีกวนยิว เขานำพรรค PAP “People’s Action Party” ชนะเลือกตั้ง 8 สมัยติด ตั้งแต่ปี 19591990 หลังลงจากตำแหน่ง พรรค PAP ก็ยังคงครองเสียงส่วนใหญ่ชนะการเลือกตั้งทุกครั้งจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้เขาก็ยังเป็นที่ปรึกษาอาวุโส ผู้มีอำนาจหลังม่านตัวจริงอยู่ดี

สิ่งที่ผมสนใจเป็นพิเศษ ในแนวคิดของลีกวนยิวมากๆ คือ เรื่องของการสร้าง “เครื่องผลิตเงิน” นั่นคือ นโยบายการตั้ง CPF “Central Provident Fund” เรื่องนี้ ลีกวนยิว เล่าว่า ระหว่างพัฒนาประเทศเขาพบว่ามันเริ่มมาถึงจุดที่ประเทศเริ่มมีความแตกต่างมากๆ กล่าวคือ คนรวยจะรวยมาก และคนจนยิ่งจน เพราะตามการพัฒนาไม่ทัน จุดนี้เองเป็นช่วงที่ระบอบคอมมิวนิสต์เริ่มเข้ามาท้าทายการปกครองของเอเชียในห้วงเวลานั้น คือหลายๆ ประเทศกำลังเลือกว่าจะไปทางทุนนิยม ประชาธิปไตย หรือจะมาทางสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน

สิงคโปร์เลือกระบบทุนนิยม แต่ใช้รัฐบาลซึ่งลีกวนยิวแทบจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทางของประเทศในการขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องของการสร้างเครื่องผลิตเงินก็คือ การตั้ง CPF หรือ Central Provident Fund แล้วให้ทุกคนที่มีรายได้ต้องส่งเงิน 20% เข้ากองทุน CPF แล้วก็กำหนดให้นายจ้างต้องสมทบเงินเพิ่มอีก 16% รวมเป็นเงินประมาณ36% ของรายได้ของคนในสิงคโปร์ที่มีงานทำจะต้องนำเข้าบัญชี CPF

กองทุน CPF จะทำหน้าที่เป็น “กองทุนส่วนบุคคลที่ใช้ในการลงทุนเพื่ออนาคต” โดยที่ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะแบ่งลงทุนใน Asset ต่างๆ อะไรบ้าง ตั้งแต่ บ้าน หุ้น และกองทุนต่างๆ ถ้ามองในมุมมองนักลงทุน จะเห็นเลยว่ามันเป็นการกระตุ้นโดยรัฐบาลให้ประชาชนสร้างเครื่องผลิตเงินของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ นโยบายนี้สร้างให้คนมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะคนส่วนใหญ่ก็ใช้กองทุนนี้ซื้อบ้าน ถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้นมันได้สองเด้ง เพราะคนที่มีภาระมันทำให้เขาต้องสู้ทำงานหนัก และเด้งที่สองคือ เมื่อคนเรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของอะไรก็ตาม เราก็จะรู้สึกว่าเขามีอะไรที่จะต้องดูแล --- “เสียไม่ได้!!”

วันนี้เมืองไทยเราเริ่มเห็นนโยบายกระตุ้นให้มนุษย์เงินเดือนเป็นนักลงทุน อย่าง RMF/LTF แต่ความรู้ของคนในเรื่องการลงทุนในบ้านเรายังต้องพัฒนามากกว่านี้ ฝากเรื่องการสร้างเครื่องผลิตเงินของตัวเองให้คิดกันนะครับ!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท